วันนี้ (11 มี.ค.69) นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่อัยการฟ้องเมื่อปี 2565 กรณีถูกแจ้งข้อกล่าวหาคุณช่อ ในฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ) จากการโพสต์ข้อความสมัยที่เธอยังเป็นนักข่าว และโพสต์ข้อความวิจารณ์การเมือง ข้อความที่กล่าวถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในช่วงเหตุการณ์ กปปส. ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวน เป็นเวลา 2 ปี และมาอ่านคำพิพากษาวันนี้ ว่า เห็นพ้องต้องด้วยกับศาลอาญาที่วินิจฉัยว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นไม่มีความผิดตามองค์ประกอบพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพทางการเมือง
ส่วนเรื่องเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยาก็เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า เพลงดังกล่าวเป็นบทกลอนและกวีตั้งแต่สมัยอยุธยา และรัฐบาลก็นำมาจัดสอนหนังสือทำหนังสือซึ่งไม่ได้เป็นความผิดอะไร
ตามกฎหมายเมื่อคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องยืน กฎหมายบัญญัติว่า โจทย์ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ แต่เนื่องจากโจทย์ในคดีนี้เป็นพนักงานอัยการ ก็มีช่องว่าอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นฎีกาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน
หลังจากนี้ ต้องปรึกษากับทีมงานและคุณช่อดู เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และเข้าใจว่าเป็นบุคคลสาธารณะอาจจะถูกกระทบกระทั่งได้ แต่คิดว่าคุณช่อไม่ได้เคียดแค้นอะไร เพราะตอนนี้ก็ยังยิ้มแย้มมีความสุขดีอยู่
ด้าน ช่อ พรรณิการ์ กล่าวว่า ตอนนี้คดีสำคัญมีคดี 116 ที่โดยพร้อมกับคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และคุณปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ถูกอดีตพุทธะอิสระ ได้ฟ้งไว้ ซึ่งตอนนี้อยู่ชั้นอัยการ ตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่
นอกจากนี้ ขอฝากไปยังสังคม เนื่องจากตัวเองเป็นคนเดียวที่เป็นนักการเมืองถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตในการดำรงค์ตำแหน่งทสงการเมืองในศาลฎีกา ซึ่งมูลเหตุที่ศาลใช้พิจารณาในเรื่องการละเมิดจริยธรรมร้ายแรงส.ส. แต่ในทางอาญาชนะมาแล้ว 2 ศาล แปลว่า การดำเนินคดีทางอาญาและคดีจริยธรรมไม่ได้ไปด้วยกัน จึงฝากให้สังคมได้พิจารณาว่า เรื่องดังกล่าวได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้พูดถึงตัวเองที่ถูกกระทำคนเดียว เพียงแต่ว่าในอนาคตอยากให้มีบรรทัดฐานจริยธรรมในการตัดสิน เพราะเห็นว่า ตนไม่ได้พูดเอง แต่เป็นศาลทั้ง 2 ตัดสินว่าไม่มีความผิด.

