ราชทัณฑ์แจง “เอกชัย หงส์กังวาน” ไม่ได้ป่วยหนัก แค่ฝีในตับ-ต่อมลูกหมากโต นัดตรวจซ้ำ 11 มี.ค.นี้

158

กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าว “เอกชัย หงส์กังวาน” ผู้ต้องขังคดีสำคัญในเรือนจำกลางคลองเปรมป่วยหนัก ระบุแพทย์ตรวจพบเพียงอาการฝีในตับและภาวะต่อมลูกหมากโต ยังใช้ชีวิตในเรือนจำได้ตามปกติ พร้อมนัดตรวจติดตามอาการอีกครั้ง 11 มี.ค. ย้ำดูแลผู้ต้องขังตามสิทธิขั้นพื้นฐานและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีประเภทอุทธรณ์-ฎีกา ในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้าย ต่อเสรีภาพของพระราชินี มีอาการป่วยหนักในเรือนจำ

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. กรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้ กองบริการทางการแพทย์เข้าตรวจสอบการเจ็บป่วยของนายเอกชัย หงส์กังวาน โดยเจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนายเอกชัยฯ พบว่า มีอาการของโรคฝีในตับและภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งโรคฝีในตับนายเอกชัยฯ ได้เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ต่อมาเมื่อได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษ นายเอกชัยฯ ไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากไม่ประสงค์เข้าตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ของนายเอกชัยฯ ดังนั้น จึงไม่มีประวัติการรักษาต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กองบริการทางการแพทย์จึงได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งสังเกตอาการฝีในตับและอาการต่อมลูกหมากโต ปัจจุบันนายเอกชัยฯ มีเพียงอาการจุกแน่นที่บริเวณชายโครงด้านขวา สามารถใช้ชีวิตประจำวันในเรือนจำได้ตามปกติ สามารถช่วยเหลือตนเองได้

สำหรับภาวะต่อมลูกหมากโต เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมได้จ่ายยาที่แพทย์สั่งไว้ตามแผนการรักษา โดยแพทย์ได้นัดเข้ารับการตรวจในวันที่ 11 มีนาคม 2569 หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยาแล้ว แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาต่อไป

ทั้งนี้ สถานพยาบาลเรือนจำกลางคลองเปรมและกองบริการทางการแพทย์ ได้ทำความเข้าใจกับนายเอกชัยฯ เรียบร้อยแล้ว โดยจะประสานกับทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณี ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายเอกชัยฯ ป่วยหนัก เป็นความห่วงใยของเพื่อนนายเอกชัยฯ ซึ่งเป็นพยาบาลได้เข้าเยี่ยมและแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อเข้าตรวจรักษา

กรมราชทัณฑ์ ได้ให้การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานตามสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับไม่ได้ละเลยโดยเฉพาะการเข้าถึงการรักษาพยาบาลตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พ้นภาวะการระบาดของโรคฝีดาษวานรแล้ว และได้ให้ผู้ต้องขังดำเนินชีวิตตามปกติ พร้อมให้บริการเยี่ยมญาติผู้ต้องขังแล้ว จึงแจ้ง ทราบโดยทั่วกัน