“เท้ง ณัฐพงษ์”นำทีม สส.พรรคประชาชน ตบเท้ารายงานตัวพร้อมเพรียง ยืนยันความพร้อมการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรพร้อมไปกับการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง ไม่กังวลกรณี 44 สส. แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมกระบวนการรับมือทุกฉากทัศน์ไว้หมดแล้ว

วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา สส.พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมรายงานตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดย สส.พรรคประชาชน ได้ร่วมเดินทางจากอาคารอนาคตใหม่โดยรถเมล์จ้างเหมา ก่อนเดินเข้าสู่อาคารรัฐสภาเพื่อรายงานตัวโดยพร้อมเพรียงกัน
โดยณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลังกระบวนการรายงานตัวเสร็จสิ้น โดยระบุว่าวาระที่สำคัญต่อจากนี้ พรรคประชาชนจะมีการเตรียมตัวภายใน ซึ่งจะมีการประชุมกันต่อในที่ประชุม สส. ในช่วงบ่ายวันนี้และตลอดสัปดาห์นี้ รวมถึงการผลักดันชุดกฎหมายหลายฉบับที่พร้อมยื่นทันทีเมื่อสภากลับมาทำงานอย่างเต็มรูปแบบหลังการเลือกประธานสภาและตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริต การปฏิรูประบบงบประมาณ การยกระดับการตรวจสอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สิทธิเสรี การเมือง การเปิดเสรีพลังงานเป็นต้น
นายณัฐพงษ์ ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม โดยระบุว่าเป็นกระบวนการปกติในสภาอยู่แล้วที่พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ไม่ต้องมีการปรับกระบวนการในการทำงานอะไรมาก กลไกวิปฝ่ายค้านก็เป็นกระบวนการปกติที่สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อยู่แล้ว ในอดีตเองพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ก็ทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองในสภา โดยเฉพาะการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีจุดยืนหรือหลักการที่ตรงกัน
ส่วนกรณี 44 สส. ไม่ได้กังวลแต่ก็ไม่ได้ประมาท ทุกคนยืนยันในหลักการความบริสุทธิ์ว่าการทำหน้าที่ของ สส. ในการยื่นการแก้ไขกฎหมายใดก็ตามไม่ควรทำให้ต้องโดนคดีแบบนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ประมาท ช่วงบ่ายนี้และในอีกหลายโอกาสในสัปดาห์นี้จะมีการหารือภายในพรรคและในที่ประชุม สส. เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าหากเกิดฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือหากถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ทั้ง 10 คน พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อในสภากันอย่างไร เพื่อให้การทำหน้าที่ในฐานะ สส. ไม่สะดุดลง
ทั้งนี้ ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนตำแหน่ง พรรคได้มีการออกแบบกระบวนการและวิธีการรับมือไว้หมดแล้ว แต่ในตัวบุคคลต้องเกิดจากกระบวนการภายใน อาจต้องเริ่มจากการหารือในที่ประชุม สส. ก่อน และถ้าเกี่ยวพันกับตำแหน่งในระดับผู้บริหารพรรคก็ต้องออกจากทางที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมกันในช่วงเดือนเมษายนนี้ พรรคพยามออกแบบเรื่องของกระบวนการแต่ก็ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล ส่วนจะออกมาเป็นชื่อใครขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทุกคน

นายณัฐพงษ์ฯ ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีการตรวจสอบการเลือกตั้ง ว่าพรรคจะดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ ซึ่งณัฐพงษ์ได้ระบุว่ารอให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน หากที่สุพรรณบุรีมีผลชี้ขาดออกมาเป็นอย่างไร เช่น หากเกิดเหตุที่เห็นได้ชัดว่าน่าจะมีความผิดปกติเช่นนี้ในพื้นที่อื่น พรรคก็พร้อมที่จะดำเนินการต่ออย่างเต็มที่ ตอนนี้ในทีมกฎหมายของพรรคก็ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว
สิ่งที่น่ากังวลต่อมาคือขณะที่หลายภาคส่วนยังตั้งคำถามกับกระบวนการในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึงการที่ กกต. ออกมารับรองผลโดยที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่ หากสภามีการเดินหน้าไป รวมถึงการตั้งรัฐบาล แต่สุดท้ายหากศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องนี้ออกมาบอกว่ากระบวนการการเลือกตั้งมีปัญหาจริง จะส่งผลเสียต่อประเทศเป็นอย่างมาก
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าส่วนการรายงานตัวของ สส. วันนี้ที่มีหลายคนออกมาตั้งข้อสงสัย พรรคประชาชนยืนยันว่าอยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และประชาชนให้ความเชื่อมั่น พรรคประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้งและการมารายงานตัวที่สภาก็เพื่อยืนยันว่าพรรคพร้อมที่จะทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้แทนราษฎร แต่ในเรื่องกระบวนการตรวจสอบความผิดปกติหรือความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ต้องเดินหน้าคู่ขนานกันไ
นายณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าจะมีท่าทีอย่างไรต่อการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่เตรียมหารือในที่ประชุม สส. อยู่แล้ว พรรคพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งในสภา ซึ่งหนึ่งในตำแหน่งที่สำคัญคือตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะเป็นพร้อมกันกับตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาได้ แต่ก็ไม่ได้มีการปิดกั้นที่จะมีการเสนอชื่อ เพื่อให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในสภา เพราะในอดีตที่ผ่านมาก็เคยมีการเสนอมาแล้ว แต่ตนยังไม่สามารถบอกแทนสมาชิกคนอื่นได้ พรรคมีวาระการประชุม สส. รออยู่แล้วในช่วงบ่ายวันนี้ รวมถึงวันอื่นในสัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน และจะมีความชัดเจนก่อนที่จะมีการเรียกประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาแน่นอน

