แม่ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกสาวประสบอุบัติเหตุ ไม่ได้รับการนำส่ง รพ. ทันที ก่อนเสียชีวิตที่โรงพัก​!!

1916

จากกรณีผู้เป็นแม่คาใจ หลังลูกสาวประสบอุบัติเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์ล้ม แต่ตำรวจและกู้ภัยไม่นำส่งโรงพยาบาล ส่งผลให้ลูกสาวเสียชีวิตคาโรงพัก ก่อนร้องเพจสายไหมต้องรอดขอความเป็นธรรม ไม่คืบ

ล่าสุด วันนี้ ( 9 มี.ค.) นางสมาภร์ ป้องคำลา มารดาของผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า หลังลูกสาวประสบอุบัติเหตุแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจรักษาจากทางแพย์ทันที ก่อนเสียชีวิตในโรงพัก ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสิทธิ์หรือขั้นตอนช่วยเหลือใด ๆ โดยระบุว่าเพิ่งมีผู้ติดต่อมาแจ้งภายหลังว่ามีช่องทางหรือหน่วยงานที่สามารถช่วยคุ้มครองสิทธิ์ได้ พร้อมสอบถามว่าตำรวจได้แจ้งหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่มีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีการติดต่อกลับจากผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าจะโทรไปสอบถามตำรวจและจะติดต่อกลับมาหาแม่อีกครั้ง ขณะเดียวกันครอบครัวอยากติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย เนื่องจากยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งอยากถามว่าทำไมไม่เอาน้องไปส่งโรงพยาบาล ตั้งแต่ทีแรก

ทั้งนี้ ทางผู้เป็นแม่ตั้งข้อสงสัยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดยระบุว่า ลูกสาวประสบอุบัติเหตุรถล้มตั้งแต่เวลาประมาณ 04;00น. แต่กลับไม่ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งที่ควรต้องตรวจอาการก่อน แม้จะมีอาการคล้ายคนเมาก็ตาม เพราะผู้ประสบอุบัติเหตุควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ก่อนพรัอมตั้งคำถามว่า “เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงพาผู้บาดเจ็บไปที่สถานีตำรวจ แทนที่จะนำส่งโรงพยาบาล พร้อมมองว่าเป็นความประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะมีการสอบถามจากกู้ภัยแล้วว่าน้องได้รับบาดเจ็บจากรถล้มรุนแรงหรือไม่ แต่สุดท้ายกลับสรุปว่า “เมา” เพียงอย่างเดียว

“ตนเองเชื่อว่า หากลูกสาวได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีตั้งแต่แรก โอกาสรอดชีวิตอาจมีมากกว่านี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บไม่ได้รุนแรงถึงขั้นรักษาไม่ได้ แต่เกิดจากการที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ทั้งนี้จากข้อมูลระบุว่า หลังเกิดเหตุในช่วงตีสอง ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งที่มีเวลาหลายชั่วโมงก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยครอบครัวมองว่าช่วงเวลาดังกล่าวอาจเป็นช่วงสำคัญที่สามารถช่วยชีวิตได้ โดยทางครอบครัวขอเรียกร้องให้สังคมรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนและปรับปรุงขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่างผู้ที่มีอาการเมาสุรากับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต” ผู้เป็นแม่ กล่าว