ปั้น “ไทยแบล็ค” โคเนื้อสายพันธุ์ใหม่ ท้าชนวากิว–แองกัส ยกระดับเนื้อไทยสู่ตลาดพรีเมียม

ท่ามกลางตลาดเนื้อโคพรีเมียมที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศมาอย่างยาวนาน วันนี้ภาคการวิจัยของไทยกำลังเดินเกมรุกครั้งสำคัญ ด้วยการผลักดัน “โคพันธุ์ไทยแบล็ค” ให้กลายเป็นคำตอบใหม่ของอุตสาหกรรมเนื้อโคไทย เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างสายพันธุ์โคเนื้อใหม่ แต่คือการ เปลี่ยนโครงสร้างตลาดเนื้อพรีเมียมของประเทศ จากการพึ่งพาการนำเข้า ไปสู่การผลิตคุณภาพสูงในประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทย แนวคิดสำคัญของโครงการนี้คือ “ตลาดต้องนำงานวิจัย” ทุกผลงานวิจัยต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคทั่วประเทศ
จากงานวิจัยสู่สมบัติของประเทศโคพันธุ์ไทยแบล็คถือเป็น สายพันธุ์โคเนื้อสายพันธุ์ที่ 3 ของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นโดยกรมปศุสัตว์ ผ่านการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ต่อเนื่องยาวนานเกือบสองทศวรรษ จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ก่อนจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสายพันธุ์เริ่มมีความนิ่งในช่วง Generation ที่ 4 เมื่อสายพันธุ์นิ่งแล้ว การผสมพันธุ์ต่อไปจะให้ลักษณะทางพันธุกรรมคงที่ ทั้งโครงสร้างลำตัว ขนาด และคุณภาพเนื้อ โคไทยแบล็คมีลักษณะเด่นคือลำตัวสูงใหญ่ โครงสร้างเนื้อดี น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 600 กิโลกรัมต่อตัวคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เหมาะสำหรับการผลิตเนื้อโคเชิงพาณิชย์ในตลาดพรีเมียม

สูตรผสมพันธุ์ “รวมดาวเนื้อโลก”หัวใจสำคัญของไทยแบล็คคือการผสมพันธุ์ที่รวมจุดแข็งของโคเนื้อชั้นนำของโลกเข้าด้วยกัน โครงสร้างพันธุกรรมของสายพันธุ์ในรุ่น F3 ประกอบด้วย วากิว 75% แองกัส 12.5% โคพื้นเมืองไทย 12.5% วากิวให้จุดเด่นเรื่องไขมันแทรกในเนื้อ แองกัสให้โครงสร้างเนื้อที่ดี ขณะที่โคพื้นเมืองช่วยเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ผลลัพธ์คือเนื้อโคที่มีไขมันแทรกประมาณ 7% ซึ่งให้ความนุ่มและรสชาติที่สมดุล ไม่เลี่ยนเหมือนวากิวญี่ปุ่นที่มีไขมันสูงถึงประมาณ 14% ลักษณะดังกล่าวจึงถูกมองว่า เหมาะกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยมากกว่า
เทคโนโลยีหลอดแก้ว ปฏิวัติการขยายพันธุ์การขยายพันธุ์โคไทยแบล็คใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงกระบวนการเริ่มจากการ ดูดไข่จากแม่พันธุ์ ผสมกับน้ำเชื้อคุณภาพในห้องแล็บ เพาะเลี้ยงตัวอ่อนประมาณ 9 วัน ก่อนนำไปฝังในแม่โคอุ้มบุญเทคโนโลยีนี้เปรียบได้กับกระบวนการ เด็กหลอดแก้วในมนุษย์ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพพันธุกรรมและเพิ่มจำนวนโคพันธุ์ดีได้อย่างรวดเร็ว
เกษตรกรร่วมโครงการกว่า 540 ราย ปัจจุบันโครงการมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้วกว่า 540 ราย และมีโคในระบบประมาณ 6,000 ตัวทั่วประเทศ กรมปศุสัตว์ใช้เครือข่ายปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอเป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกร พร้อมขยายผลด้วยแนวคิด AgTech หรือเทคโนโลยีการเกษตร รัฐบาลตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า การส่งเสริมโคไทยแบล็คจะต้องทำให้เกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20%
เนื้อพรีเมียม ตัวละเกือบแสน หากนำโคไทยแบล็คไปชำแหละเป็นเนื้อพรีเมียมสำหรับตลาดสเต็ก เช่น ทีโบน หรือเนื้อระดับพรีเมียมอื่น ๆมูลค่าทางเศรษฐกิจของเนื้อโคหนึ่งตัวสามารถสูงถึง เกือบ 100,000 บาทและหากรวมมูลค่าของผลพลอยได้ เช่น หนัง กระดูก เครื่องใน รายได้ที่เกิดขึ้นจากโคหนึ่งตัวสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

ศึกใหม่ของอุตสาหกรรมเนื้อไทย
ในเวลาที่ตลาดเนื้อพรีเมียมในประเทศยังถูกครอบครองโดยเนื้อวากิวและเนื้อแองกัสนำเข้า การเกิดขึ้นของ “ไทยแบล็ค” อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากการพัฒนาสายพันธุ์ การขยายพันธุ์ และการตลาดเดินหน้าไปพร้อมกัน โคพันธุ์ไทยแบล็คอาจไม่ใช่เพียงงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง
แต่จะกลายเป็น อาวุธใหม่ของเกษตรกรไทย ในการยกระดับเนื้อโคไทยสู่ตลาดพรีเมียม และลดการไหลออกของเงินตราที่ต้องจ่ายให้กับเนื้อโคต่างประเทศมานานหลายสิบปี.
โดย…ทีมข่าวเกษตร
สำนักข่าวไทยแทบลอยด์

