หน้าแรกการเมือง"วสวรรธน์" หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารายงานตัวเป็น สส. พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนเสียงคนชายแดน

“วสวรรธน์” หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารายงานตัวเป็น สส. พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนเสียงคนชายแดน

นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง เข้ารายงานตัว สส. ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัวว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคไทรวมพลังได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ในสภาฯ พร้อมย้ำว่าตนเป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ จากชายแดน ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาของประชาชน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งคนที่ให้การสนับสนุน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้ลงคะแนนให้พรรคไทรวมพลัง ยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่สร้างความขัดแย้ง และพร้อมเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่ช่วยประสานการทำงาน หากเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมผลักดันและทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเต็มที่

สำหรับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร พรรคจะนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภา ทั้งผ่านการตั้งกระทู้ถาม การปรึกษาหารือ รวมถึงการผลักดันร่างกฎหมายต่าง ๆ โดยก่อนการประชุมสภาในแต่ละสัปดาห์ พรรคจะมีการหารือภายในเพื่อวางแผนการนำเสนอประเด็นปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ไม่ให้ซ้ำซ้อนกันนอกจากนี้ ยังมีร่างกฎหมายหลายฉบับที่ต้องผลักดันต่อ เช่น ร่างกฎหมายอ้อยและน้ำตาล ร่างกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิน รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคไทรวมพลัง นายวสวรรธน์ ระบุว่า พรรคจะไม่เข้าไปขอตำแหน่งหรือขอเข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากมารยาททางการเมืองต้องให้พรรคที่มีเสียงอันดับหนึ่งเป็นผู้ติดต่อเชิญเข้าร่วมรัฐบาลก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีการติดต่อมาอย่างเป็นทางการจาก พรรคภูมิใจไทย พรรคไทรวมพลังพร้อมร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือการต่อรอง พร้อมสนับสนุนหลักการประชาธิปไตยในระบบเสียงข้างมาก

ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลังมีจำนวน สส. 6 เสียง แม้จะเป็นเสียงเล็ก ๆ แต่ถือเป็นเสียงที่มีคุณค่า หากสามารถช่วยเสริมความเข้มแข็งให้รัฐบาลในการแก้ไขปัญหาประเทศ เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ

นายวสวรรธน์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า แม้จะมีการเจรจาทวิภาคี แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากพบว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีการเสริมแนวป้องกัน ทั้งการขุดคูเลทและสร้างบังเกอร์ รวมถึงการเพิ่มยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ชายแดน จึงจำเป็นต้องเสริมความเข้มแข็งให้กับกองทัพไทย พร้อมย้ำว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านความมั่นคง งบประมาณ และการเยียวยาครอบครัวทหารที่เสียชีวิต ซึ่งบางครอบครัวยังไม่ได้รับเงินเยียวยา โดยจากการประสานงานทราบว่าจะมีการอนุมัติวงเงินจากกรมบัญชีกลางเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย ตนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งสถานการณ์ชายแดน สงครามในตะวันออกกลาง และปัญหาราคาพลังงาน จึงฝากทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ควรแบ่งฝ่ายทางการเมือง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เสียงที่ตนได้รับจากประชาชนชายแดนถือเป็นอำนาจจากประชาชนและวีรบุรุษผู้ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่งตนจะไม่ลืมและจะทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเต็มกำลัง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img