ผบช.น.ยัน “สรวีย์” รับสั่งการอุ้ม ผจก.หนุ่มจริง แต่ไม่เคยพบหน้าคนตาย เร่งตามหาโทรศัพท์ของกลาง เตรียมขยายผลคลิปลับอดีตหญิงคนสนิท

102

เวลา 11.15 น. เจ้าหน้าที่สิบเวรได้เบิกตัว นายสรวีย์ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม ไปสอบปากคำเพิ่มเติมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมพนักงานสอบสวน โดยมีทนายความเข้าร่วมการสอบสวนในทุกประเด็น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสรวีย์ออกมาจากห้องควบคุม ทีมข่าวพยายามสอบถามถึงรายละเอียดคดีในหลายประเด็น แต่นายสรวีย์ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ไม่ตอบคำถามใด ๆ ต่อสื่อมวลชน

ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า เบื้องต้นนายสรวีย์ยอมรับว่าเป็นผู้ว่าจ้าง ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือ “อาร์ต” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ให้ไปดำเนินการอุ้มตัวผู้เสียชีวิตจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะเอาชีวิต และไม่เคยพบหน้าผู้เสียชีวิตมาก่อน สำหรับมูลเหตุของการก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากความโกรธแค้นจากปัญหาภายในครอบครัว ส่วนรายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายสรวีย์กับ น.ส.เบญญาภา ว่า ทั้งสองมีสถานะเป็นเพียงพี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน โดย น.ส.เบญญาภามีหน้าที่ช่วยดูแลและรับส่งลูกสาวของหญิงสาวรายหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันไปโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมได้ พบว่านางสาวเบญญาภามีส่วนร่วมในขบวนการ โดยเป็นผู้จัดหาสายสืบเอกชนให้ไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ และแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหารวม 10 ราย ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรือ “อาร์ต” ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตนั้น พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ตำรวจได้สอบถามผู้ต้องหาแล้ว โดยผู้ต้องหายอมรับว่าได้มีการทวงถามจากกลุ่มผู้ก่อเหตุจริง แต่ขณะนี้ยังไม่พบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี

ทั้งนี้ ตำรวจจะเร่งขยายผลเพื่อติดตามโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต รวมถึงตรวจสอบว่าภายในเครื่องมีคลิปหรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ หรือไม่ โดยอาจมีการขอหมายค้นเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่านางสาวจีน่าอาจมีคลิปส่วนตัวบางอย่างอยู่ในโทรศัพท์มือถือของตนเอง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับคดีนั้น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะขอตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบพยานหลักฐานในคดีหรือไม่