“เจ๊อ้อย” เผย มั่นใจพยานหลักฐาน ให้คะแนนเบิกความตัวเอง 100% คดีฟ้อง “ทนายตั้ม” กับพวก

99

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญา ศาลได้นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์วันที่ 3 ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ร่วมกับ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ในฐานะโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม”, นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ “เดือน” ภรรยาของทนายตั้ม และ น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ “ดาว” พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม พร้อมพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย
โดยอัยการได้ยื่นฟ้องในความผิดฐาน ฉ้อโกง, ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนอย่างกว้างขวาง

บรรยากาศการพิจารณาคดีในช่วงเช้า ศาลได้ดำเนินการสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยใช้เวลาในการเบิกความประมาณ 3 ชั่วโมง

ต่อมาเวลา 12.05 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการเบิกความในช่วงเช้า น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “เจ๊อ้อย” ได้ลงมารับประทานอาหารกลางวัน ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนพร้อม “พี่น้อย” เลขานุการส่วนตัว ในเวลา 12.50 น.

น.ส.จตุพร เปิดเผยว่า หลังจากการเบิกความต่อศาลในวันนี้รู้สึกโล่งใจและสบายใจขึ้น เนื่องจากได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลตามพยานหลักฐานที่มีอย่างครบถ้วน พร้อมยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีจนถึงที่สุด

“วันนี้หลังจากเบิกความเสร็จรู้สึกโล่งและสบายใจมาก เพราะได้พูดทุกอย่างตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มีอยู่ และยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเรื่องนี้จะเดินหน้าจนสุดซอย” น.ส.จตุพร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกต่อการตอบคำถามในช่วงการซักค้านของฝ่ายจำเลย น.ส.จตุพร ระบุว่า ตนตอบคำถามทั้งหมดตามความจริง โดยยึดตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ และมั่นใจในคำให้การของตนเองต่อศาล

“ทุกคำถามเราตอบตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ถ้าให้ประเมินตัวเองในการเบิกความครั้งนี้ ก็ให้คะแนนตัวเองเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งที่พูดออกไปเป็นความจริงทั้งหมด” น.ส.จตุพร กล่าว

สำหรับ พี่น้อย ซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวนั้น เจ๊อ้อยชี้แจงว่า ในวันนี้ยังไม่มีการเบิกความของพี่น้อย โดยในกระบวนการสืบพยานวันนี้เป็นการเบิกความของพยานฝ่ายโจทก์รายอื่น รวมถึงทนายความที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พี่น้อยมีกำหนดเข้าเบิกความต่อศาลในสัปดาห์หน้า ตามกำหนดการสืบพยานของศาล

เมื่อถูกถามถึงท่าทีหรือพฤติกรรมของฝ่ายจำเลย โดยเฉพาะ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ระหว่างการพิจารณาคดี น.ส.จตุพร กล่าวเพียงว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว และไม่ต้องการก้าวล่วงการกระทำของบุคคลใด โดยย้ำว่าเชื่อมั่นในดุลพินิจของศาลในการพิจารณาคดี
นอกจากนี้ เจ๊อ้อยยังกล่าวขอบคุณบุคคลและองค์กรที่ให้ความสนใจและให้การสนับสนุนในคดีนี้ โดยเฉพาะ บ้านพระอาทิตย์, อาจารย์ปานเทพ และ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่ให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือในกระบวนการติดตามคดี

“ต้องขอขอบคุณบ้านพระอาทิตย์ อาจารย์ปานเทพ และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ให้ความเมตตาและให้ความสนใจช่วยเหลือในเรื่องนี้ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก” น.ส.จตุพร กล่าว

ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า ขณะนี้ยังมีเรื่องใดที่ค้างคาอยู่ในจิตใจหรือไม่ เจ๊อ้อยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ขณะนี้ไม่มีความกังวลใด ๆ อีกแล้ว

“ตอนนี้ไม่มีอะไรค้างคาใจ จิตใจสบายดี ไม่ได้กังวลอะไรทั้งสิ้น”น.ส.จตุพร กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ศาลยังคงเดินหน้ากระบวนการพิจารณาคดีตามขั้นตอน โดยจะมีการนัดสืบพยานเพิ่มเติมในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งคดีดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาของสังคมและสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิดต่อไป