รวบคาสถานีรถไฟบางซื่อ หนุ่มใหญ่บัญชีม้า เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุน เหยื่อโอน 17 ครั้ง สูญ 2.2 แสน

70

รวบคาสถานีรถไฟบางซื่อ หนุ่มใหญ่บัญชีม้า เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ เหยื่อโอน 17 ครั้ง สูญกว่า 2.2 แสน​ รับเปิดบัญชีให้เพื่อน อ้างใช้รับเงินขายกระเป๋ามือสอง สุดท้ายถูกนำไปใช้ต้มตุ๋น

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ.พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังจับกุม นายพัฒนพงศ์ฯ หรือ “หล้า” อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.828/2568 ลงวันที่ 5 ส.ค. 2568 ในข้อหา “สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ โดยรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้บริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้​ ทราบว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ผู้เสียหายรายหนึ่งพบโฆษณาในเฟซบุ๊ก ลักษณะยิงแอดเชิญชวนให้ร่วมลงทุน อ้างให้ผลตอบแทนสูง จึงกดลิงก์เข้าไป ก่อนถูกเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชันไลน์เพื่อเพิ่มเพื่อน และได้รับข้อความชักชวนให้ร่วมลงทุนในลักษณะโปรโมทสินค้า เพื่อรับค่าคอมมิสชันเป็นค่าตอบแทน

โดยกลุ่มคนร้ายอ้างว่าผู้ร่วมลงทุนต้องโอนเงินไปชำระค่าสินค้าก่อน จากนั้นจะได้รับเงินคืนพร้อมผลตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงนำเงินเก็บมาร่วมลงทุน โดยโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้งรวม 17 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 222,354 บาท ภายหลังโอนเงินไปแล้วกลับไม่มีการโอนเงินคืนหรือจ่ายค่าตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังพยายามชักชวนให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม อ้างว่าหากลงทุนเพิ่มจะได้รับเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมดคืน ผู้เสียหายเริ่มสงสัยว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายพัฒนพงศ์ ผู้ต้องหารายดังกล่าว เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากผู้เสียหาย และกำลังเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงติดตามจับกุมตัวได้ที่สถานีรถไฟบางซื่อ สอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนทำงานรับจ้างรายวันอยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือ ก่อนหน้ามีเพื่อนร่วมที่ทำงานด้วยกัน มาขอให้ตนเองไปเปิดบัญชีธนาคารให้ อ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้รับโอนเงินในการขายกระเป๋ามือสอง โดยตนไม่ได้ค่าตอบแทน เพิ่งมารู้ว่าเมื่อถูกจับกุมแล้ว จึงนำตัวส่งสภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีต่อไป