กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี อัดฉีดงบ 3,000 ล้าน ปี 69 ปั้น 3 สินเชื่อใหม่ พร้อมทุ่มอีก 20 ล้าน เสริมแกร่ง ผู้ประกอบการ

100

กรุงเทพฯ, วันที่ 3 มี.ค. – นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้วางกรอบโครงการสินเชื่อใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดความยั่งยืนตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยนอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 20 ล้านบาท สำหรับยกระดับศักยภาพด้านการตลาด การเงิน เทคโนโลยีผลิตและนวัตกรรม และด้านมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในตลาดใหม่ เพิ่มรายได้ลดต้นทุน เพื่อลดแรงกดดันจากสภาวะการแข่งขันและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 209 ล้านบาท

สำหรับโครงการสินเชื่อใหม่ของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ในปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ได้แก่ โครงการสินเชื่อ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ หรือ “เสือติดปีก เฟส 2” มุ่งเน้นกลุ่ม SMEs ศักยภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 3 – 5 วงเงินกู้สูงสุดรายละ 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยาวถึง 10 ปี

ถัดมาคือ โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ หรือ “คงกระพัน เฟส 2” สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ธุรกิจสามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจได้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5 – 7 วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืม 3 ปี และ โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (Top up) วงเงิน 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเยี่ยม (เกรด A) ต่อเนื่อง 12 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยคงที่พิเศษร้อยละ 2.5 และ 3.5 วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท

นายณัฐพล กล่าวว่า นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ลูกหนี้สินเชื่อกองทุน ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี จำนวน 3 โครงการ งบประมาณ 20 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการเสริมแกร่งธุรกิจ การเงินดีมีทุนหนุนเติบโต (Financial Shield) ที่มุ่งสร้างทักษะการบริหารการเงินและจัดการหนี้ ผ่านการ3ให้คำปรึกษาเชิงลึกและฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการการเงิน การเสริมสภาพคล่องธุรกิจ และบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายผู้เข้าร่วม 100 กิจการ 400 คน 2. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพธุรกิจเพิ่มผลผลิตพิชิตต้นทุน (Productivity Accelerator) ที่ช่วยในการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารจัดการธุรกิจ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วม 200 กิจการ 400 คน

และ 3. โครงการเตรียมพร้อมธุรกิจ ขยายโอกาสยกระดับสู่อนาคต (Global & Future Readiness) เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยการขยายตลาดใหม่ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระดับสากล รวมถึงการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนด้วย ESG (Environment, Social, and Governance) สำหรับการขยายตลาดสู่ระดับโลก โดยมีกิจกรรมเชื่อมโยงคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ จำนวน 100 กิจการ 200 คน ซึ่งจากการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 209 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการภายในเดือนเมษายนนี้

“กองทุนฯ คาดหวังว่าการดำเนินงานโครงการสินเชื่อฯ และโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี ในปี พ.ศ.2569 นี้ จะทำให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้รับประโยชน์ ช่วยเสริมสภาพคล่องธุรกิจ สร้างความมั่นคง สร้างโอกาส และมองเห็นแนวทางใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินและการจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมฐานรากธุรกิจให้เติบโตและพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว