ตั้งคำถาม ผู้นำประเทศ…ฆ่าได้หรือไม่? เส้นแบ่งชีวิตนักการเมืองในสนามรบโลก!”“เมื่อเก้าอี้ผู้นำ อาจกลายเป็นเป้าเล็ง: กฎหมายสงครามเขียนไว้ชัดแค่ไหน?”
เมื่อ วันที่ 2 มีนาคม 2569 พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์ ถึงกรณีสงคราม สหรัฐ อิหร่าน ว่า ขอตั้งข้อสังเกตกฎหมายมนุษยธรรมระหว่าประเทศ : ผู้นำประเทศ (นักการเมือง) กับการเป็นเป้าหมายทางทหารระหว่างการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างประเทศ (Targeting
State and Political Leadership in International Armed Conflict)
1.หลักการทั่วไปผู้นำประเทศ หรือผู้นำทางการเมืองที่อยู่ในพื้นที่ส่วนหลัง พื้นที่ที่มิใช่ส่วนหน้า,แนวปะทะ
ไม่เป็นเป้าหมายทางทหารที่สามารถโจมตีหรือสังหารได้หรือไม่.?เพราะไม่มีสถานะเป็นพลรบ (Combatant)ดังเช่นกำลังพลทหาร ยกเว้นผู้นำประเทศนั้นมีตำแหน่งทางทหารซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาทหารได้จริงสามารถสั่งให้ทำการรบได้ ไม่ใช่ตำแหน่งทางทหารเชิงสัญลักษณ์ หรือหากไม่มีตำแหน่งทางทหารโดยนิตินัยแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบโดยพฤตินัยโดยตรง เช่น บัญชาการรบจากพื้นที่ส่วนหลัง ก็อยู่ในข่ายเป็นเป้าหมายทางทหารถูกโจมตีหรือสังหารได้
2.ข้อควรระวัง การโจมตีหรือสังหารผู้นำประเทศนั้นควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มีผลกระทบต่อชีวิตและสวัสดิภาพของสมาชิกครอบครัวของผู้นำประเทศนั้น ตลอดจนของประชาชนที่พักอาศัยใกล้เคียงกับที่พำนักหรือที่ทำงานของผู้นำประเทศ
3.นอกเหนือจากกำลังพลทหารที่เป็นเป้าหมายทางทหารได้แล้ว พลเรือน (นักการเมือง) ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาทหารก็สามารถตกเป็นเป้าหมายทางทหารถูกโจมตีหรือสังหารได้
4.หากการโจมตีหรือสังหารนั้นไม่ได้ใช้ขีปนาวุธ แต่ใช้พลซุ่มยิง (sniper) หากพลซุ่มยิงแต่งเครื่องแบบ
ทหารของรัฐคู่พิพาทแล้วถูกจับตัวได้ ก็จะมีสถานะเป็นเชลยศึก แต่ถ้าสวมชุดพลเรือนก็สามารถถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาหรือกฎหมายความมั่นคงปกติของประเทศที่เข้าไปปฏิบัติการ หากกฎหมายมีบทกำหนดโทษสูงสุดประหารชีวิต ก็สามารถประหารชีวิตได้ “อดีตที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญกล่าว

