ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก,พ.ต.ท.ยุทธภูมิ ฝอยทอง รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก สั่งการให้ พ.ต.ท.วชิรวิชญ์ ก้องไกรสวัสดิ์สวป.สน.หัวหมากร.ต.อ.ไพโรจน์ รัตนพงศ์รอง สวป.สน.หัวหมากร.ต.อ.บุญยงค์ น้อยอ่อนหล้ารอง สวป.สน.หัวหมาก
สายตรวจชุดปฏิบัติการที่ 1 จับกุม นายภิญโญ พยาศาล อายุ 25 ปี ที่อยู่ 234 หมู่ที่ 4 ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ข้อหา 1.มีอาวุธปืน (ปืนไทยประดิษฐ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือในที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุม เมื่อวันที่ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.30 น. สถานที่จับกุม หน้าบริษัท แห่งหนึ่ง ซอยรามคำแหง21 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
โดยมีของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จำนวน 1 ใบ

พฤติการณ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สน.หัวหมาก ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ บริเวณซอยรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ จากการสอบถาม กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ได้ให้การว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันบริเวณดังกล่าว ต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ว่าพบชายต้องสงสัยได้รับบาดเจ็บ บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองแสนแสบ ซอยรามคำแหง 21 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงรุดไปตรวจสอบ พบนายภิญโญ ตรงตามลักษณะที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ นั่งอยู่หน้าบริษัท อินนิเชียล ซอยรามคำแหง21 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พบตามร่างกาย นายภิญโญฯ มีร่องรอยบาดแผล จากการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยร่วมตรวจสอบและเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะขออนุญาตตรวจค้น โดยสถานที่ตรวจค้นมีแสงสว่างเพียงพอจากไฟฉายเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกจับดูจนเป็นที่พอใจแล้ว
ผลการตรวจค้นพบ ของกลางลำดับที่ 2 กระสุนปืน ขนาด.38 จำนวน 4 นัด บรรจุ ในถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด-เลื่อนเปิด บรรจุอยู่ในกระเป๋าผ้า สะพาย สีดำ ที่ผู้ถูกจับสะพายมา ซึ่งสะพายอยู่ด้านหน้าผู้ถูกจับ และได้สอบถามผู้ถูกจับว่าอาวุธปืนอยู่ที่ไหน จากนั้นผู้ถูกจับให้การยอมรับว่าตน ได้นำของกลางลำดับที่ 1 อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา)ใช้กระสุน ขนาด .38 ซึ่งมีเครื่องกระสุนภายในรังเพลิงพร้อมใช้ จำนวน 1 นัด ไปซุกซ่อนไว้ที่ซอกกระถางต้นไม้ใกล้เคียงศาลพระภูมิ บริษัทดังกล่าว
ต่อมาจึงได้นำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ให้นำไปชี้จุดที่ซุกซ่อนของกลางลำดับที่ 1 พบว่ามีของกลางลำดับที่ 1 วางอยู่จริงตามคำที่ผู้ถูกจับยอมรับกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดยให้การว่าของกลางดังกล่าวได้ซื้อมาจาก แอปพลิเคชันเฟสบุ๊ก ในราคา 2,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว นำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

