สบส. ปั้น อสม. 5.3 แสนคน เป็นแกนนำสุขภาพ ต่อสู้ NCDs รับเดือนแห่ง อสม.

106

กรุงเทพฯ, วันที่ 26 ก.พ. – นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่องค์กรสหประชาชาติ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยอาศัยการวางแผนการพัฒนาระดับชาติและประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการยุติความยากจนและ สร้างสังคมให้มีความเป็นอยู่ที่ดี โดยมีทั้งสิ้น 17 เป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายที่ 3 ที่ว่าด้วยการสร้างหลักประกัน การมีสุขภาวะที่ดี และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย ได้กำหนดเป้าหมายย่อย ในการลดอัตราการเสียชีวิตจาก NCDs ก่อนวัยอันควรลง 1 ใน 3 ภายในปี พ.ศ. 2573

เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็ง และยั่งยืนสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาฯ และยุทธศาสตร์ชาติ กระทรวงสาธารณสุข โดย สบส. จึงได้วางแนวทางการดำเนินงานและพัฒนาศักยภาพ อสม. จัดกิจกรรมสาธารณสุขมูลฐาน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ อสม.ทั่วประเทศ เป็นแกนนำสุขภาพในการต่อสู้กับ NCDs ชุมชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้ โดยตั้งเป้าพัฒนา อสม. อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 5 แสนคน (537,582 คน) ให้มีศักยภาพในการจัดการสุขภาพชุมชน ภายในกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ถือเป็นเดือนที่มีความสำคัญต่อพี่น้อง อสม. ด้วยวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ โดยในปีนี้ กรม สบส. กำหนดจัดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 ในวันที่ 19-20 มีนาคม 2569 ณ โรงแรม เอเชีย แอร์พอร์ท จังหวัดปทุมธานี เพื่อเชิดชูเกียรติ และตอบแทนพี่น้อง อสม. ที่เข้ามาร่วมดูแลสุขภาพประชาชนอย่างยาวนาน

ด้านนายแพทย์กรกฤช สิ้มสมมุติ รองอธิบดี สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการดำเนินงานของ อสม. แกนนำสุขภาพนั้น อสม. จะมีบทบาทหน้าที่ “2+1” โดยมีบทบาทพื้นฐาน 2 บทบาท ที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ 1. คัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) ในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป 2.ให้คำแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  และเลือกทำบทบาทเพิ่มเติมอย่างน้อย 1 จาก 3 บทบาท ตามบริบทของพื้นที่ ได้แก่ 1. สร้างอาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) 2. ติดตามเยี่ยมบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ และ 3. ร่วมกิจกรรมแก้ไขปัญหา NCDs ในชุมชน จึงจะถือว่าเป็น อสม. ที่มีศักยภาพในการจัดการสุขภาพชุมชน

ซึ่งหลังจากเดือนมีนาคม 2569 จะมีการต่อยอดพัฒนา อสม. ให้ครบร้อยละ 98 (ประมาณ 1.05 ล้านคน) ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อให้คนไทยในทุกช่วงวัยห่างไกล NCDs ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชนอย่างยั่งยืน