วันนี้ (25 ก.พ.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 2/2569 โดยมีวาระน่าสนใจ คือ เรื่องที่ 4 การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจสายงานสืบสวนสอบสวนเป็นตำแหน่งควบที่สามารถปรับระดับเพิ่มลดได้ในตัวเอง และหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565
และเรื่องที่ 5 ร่างระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานสืบสวนสอบสวน พ.ศ. ….
พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผบช.สกพ.ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ ให้กำหนดตำแหน่งสายงานสืบสวนสอบสวนเป็น ตำแหน่งควบ ซึ่งสามารถปรับระดับเพิ่มหรือลดได้ในตัวเอง เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับภารกิจและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเจ้าหน้าที่ รวมถึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น โดยให้เลื่อนไหลถึงระดับรองผู้บังคับการตรงนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565
โดยหลังจากนี้ คณะทำงานของสำนักงานกำลังพลและสถาบันส่งเสริมงานสอบสวน (สบส.) จะเร่งดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำระบบแท่งพนักงานสอบสวนกลับมาใช้ให้ทันวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้
“การรื้อฟื้นโครงสร้างดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ เนื่องจากพนักงานสอบสวนถือเป็นฟันเฟืองและกำลังหลักขององค์กร โดยในระยะแรกคาดว่าจะมีการลงพื้นที่จัดการอบรมนำร่องที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นหน่วยแรกโดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ระดับสารวัตรขึ้นไปเข้ารับฟังการบรรยายให้ความรู้เบื้องต้นก่อนจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานจริงเพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาปรับปรุงรูปแบบการประเมินให้มีความสมบูรณ์และตอบโจทย์การทำงานมากยิ่งขึ้น”รองโฆษก ตร. ระบุ
พล.ต.ท.ชัยต์พจน กล่าวด้วยว่า นอกจากประเด็นโครงสร้างตำแหน่งแล้ว ที่ประชุม ยังเห็นพ้องให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มเงินประจำตำแหน่งหรือเงินเพิ่มพิเศษสำหรับพนักงานสอบสวน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและแรงจูงใจในการทำงาน เนื่องจากเป็นสายงานที่ต้องแบกรับภาระความเครียดและปริมาณงานที่หนักหน่วง โดยมีเป้าหมายที่จะปรับอัตราค่าตอบแทนให้สามารถเทียบเคียงได้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งก.ตร. เป็นผู้แทนเข้าร่วมหารือกับกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ได้รับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำไปหารือระดับนโยบายกับกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลางด้วยตนเอง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีความเข้าใจในภาระหน้าที่และความยากลำบากของตำรวจสายงานสอบสวนเป็นอย่างดีและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

