หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"อนันต์ชัย" ร้องสอบเส้นเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ ปมสีกา เข้าข่ายยักยอกหรือไม่ ส่วนตำรวจเร่งขยายผลหากพบผิดเตรียมฟันทั้งอดีตพระและสีกาด้วย

“อนันต์ชัย” ร้องสอบเส้นเงินอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ ปมสีกา เข้าข่ายยักยอกหรือไม่ ส่วนตำรวจเร่งขยายผลหากพบผิดเตรียมฟันทั้งอดีตพระและสีกาด้วย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ “บิ๊กเต่า” เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ “พระครูนันทจรณธรรม” อดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 หรือไม่

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า จากกรณีปรากฏข่าวคลิปหญิงสาวสองรายปะทะคารมกันอันเนื่องมาจากปัญหาความสัมพันธ์กับอดีตเจ้าอาวาสวัดสักใหญ่ จนมีการเปิดโปงผ่านสื่อมวลชนว่าอดีตเจ้าอาวาสรูปนี้มีความเกี่ยวพันกับผู้หญิงถึง 6 คน จนทำให้พระครูนันทจรณธรรมได้ตัดสินใจลาสิกขาไปเพื่อตัดปัญหาพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งในส่วนของประเด็นเรื่องสีกานั้น ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจริงเท็จประการใด หรือถึงขั้นต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ เนื่องจากเจ้าตัวชิงลาสิกขาไปก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบอธิกรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นสร้างความเสื่อมเสียและเกิดข้อครหาต่อคณะสงฆ์ในจังหวัดนนทบุรีรวมถึงทั่วประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการนำเงินไปให้สีกาตามที่ปรากฏในข่าว จึงเกิดข้อสงสัยว่าเป็นเงินส่วนตัวหรือเป็นเงินของวัด และหากเป็นเงินวัดจริงย่อมเข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบตามมาตรา 157 และยักยอกทรัพย์ด้วย

นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า ตนนั้นมีหน้าที่ดูแลรักษาพุทธศาสนา ตามมาตรา 147 เนื่องจากเจ้าอาวาสถือเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 จึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดสักใหญ่ให้เกิดความโปร่งใสว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถึงจะลาสิกขาไปแล้ว แต่คดีดังกล่าวมีอายุความถึง 15 ปี จึงสามารถดำเนินคดีเอาผิดย้อนหลังได้แน่นอน โดยปัจจุบันยังเป็นเพียงข้อสงสัยและยังไม่มีชาวบ้านนำหลักฐานมายื่นเพิ่มเติม เชื่อว่าหลังจากนี้หากชาวบ้านเห็นความชัดเจนก็น่าจะมีการนำหลักฐานมาให้ ซึ่งทางมูลนิธิพร้อมที่จะรวบรวมส่งให้ตำรวจดำเนินการต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนสั่งการให้ตำรวจ บก.ปปป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดสักใหญ่แล้ว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว เบื้องต้นพระลูกวัดแจ้งว่าอดีตเจ้าอาวาสไม่อยู่ และจะนำเอกสารมาชี้แจงภายใน 1-2 วัน กรณีนี้หัวใจสำคัญคือต้องตรวจสอบว่ามีการนำเงินวัดออกมาใช้จริงหรือไม่ หากเป็นเงินส่วนตัวที่มอบให้สีกาก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่หากพบว่ามีการดึงเงินจากบัญชีวัดไปใช้ อดีตเจ้าอาวาสจะต้องถูกดำเนินคดี รวมถึงสีกาที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนจะต้องถูกเรียกตัวมาสอบปากคำเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img