“สนธิญา” ยื่นตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลอยแพผู้สมัคร สส. พร้อมจี้ กกต.รีบรับรองเชื่อปมบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ ปูดซื้อเสียงมหาศาล 1 พรรคใช้ 3,000 ล้าน
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 นายสนธิญา สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร) กล่าวว่า วันนี้ตนมาเพื่อร้องตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณี การส่ง ผู้สมัคร สส. ลงสมัคร แล้วไม่มีการสนับสนุน เรื่องเงิน ค่าใช้จ่าย และเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้ง อันเป็นการเลือกการปฏิบัติ ไม่สุจริต และโปร่งใส หรือ มีการสนับสนุนเฉพาะกลุ่ม ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐ
ทั้งๆที่ มีการส่ง ใบสมัคร หน้าสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ที่ส่งกลับไปยังพรรค ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ แม้แต่ค่าสมัคร จำนวน 10,000 บาท อันเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส ต่อผู้สมัคร รับเลือกตั้ง 1.จึงเรียกร้องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองของ กกต. ตรวจสอบ ดำเนินการ ว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐ ได้สนับสนุนด้านการเงิน แก่บุคคลหนึ่ง บุคคลใด กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดหรือไม่ 2. ข่าวการรับเงินมาจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ รายหนึ่ง หากเป็นจริง เงินจำนวนดังกล่าว อยู่ที่ไหน และอยู่กับใคร และ3.ให้ตรวจสอบรายรับรายจ่าย ของพรรคพลังประชารัฐ ว่ามีการโอนเงินสนับสนุน แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือไม่อย่างไร และไม่สนับสนุน ทั้งทางด้าน การช่วยเหลือในเรื่องของการหาเสียงเลือกตั้ง และ ช่วยเหลือทางค่าใช้จ่าย ตามที่ กกต. กำหนดไม่เกิน 1.9 ล้านบาท ต่อคน เริ่มตั้งแต่รัฐบาล ประกาศยุบสภา จนถึงวันเลือกตั้ง วันที่ 8 กพ. 2569 ที่ผ่านมา
เพื่อความเป็นธรรม สุจริต เที่ยงธรรม ของกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรค อยสกให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ของ กกต. ตรวจสอบ เป็นที่มาของความโปร่งใส่ และไม่เลือกปฏิบัติหรือการช่วยเหลือ ผู้หนึ่งผู้ใด กลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ที่ไม่เป็นธรรม และขัดต่อจริยธรรม ของผู้บริหารพรรค และหัวหน้าพรรค ที่จะต้องมี จริยธรรม เทียบเคียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นไปตามกฎข้อบังคับ ที่ กกต. ว่าด้วยจริยธรรมของผู้บริหารพรรค และหัวหน้าพรรคต่อไป
ทั้งนี้ตนเตรียมยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) รับรอง ส.ส.ทั้ง 500 คน โดยเร็ว เพราะหลายอย่างรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ มันเสียเวลาประเทศ ควรรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ต่อข้อถามว่า สวนกระแสคนส่วนใหญ่ที่อยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า มันเป็นความเห็นต่าง เราต้องมองประโยชน์ประเทศสำคัญกว่าเราเสียเวลามากมาแล้ว
เมื่อถามว่า แสดงว่ามองเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ไม่ผิด นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของ กกต. เพื่อที่จะไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร ทั้งนี้ต้องมองกระบวนการทั้งระบบว่าลับหมดหรือลับเฉพาะบางส่วน ถ้าลับทั้งหมด ตอนนับคะแนนก็ต้องไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนตัวเห็นว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
นายสนธิญา เปิดเผยด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมาก ก่อนเลือกตั้งผู้สมัครเข้าไปที่พรรคเขาบอกเลยว่ามีการเตรียมเงินไว้แล้ว 35 ล้านบาท แจกหัวละ 500 บาท ซื้อเสียง 7 หมี่นคน เขาหวังแค่ครึ่งเดียว 50 เปอร์เซ็นต์ สังเกตดูพรรคเหล่านั้นจะมีคะแนนเกิน 35,000 คะแนนตลอด เพราะเขาซื้อ 7 หมื่นคน แต่หวัง 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 35,000-42,000 คะแนน ถามว่าถ้าไม่ซื้อเสียงเขาจะได้คะแนนเท่าไหร่ ดังนั้นไปดูฐานคะแนนได้ ส.ส.ที่ได้คะแนน 35,000-42,000 คะแนน สัมพันธ์กับที่ตนพูดหรือเปล่า คาดว่าใช้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อพรรค และเขายิงเข้าเป้าด้วย โดยพรรคนี้จะยิงเฉพาะเขตที่สู้ได้ และมีฐานคะแนนอยู่แล้ว ยุทธวิธีคือใช้เงินในเขตที่สู้กับพรรคประชาชน โดยการซื้อเป็นการสมยอมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พรรคที่ซื้อเขาคุมได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว รู้เลยจะได้คะแนนเท่าไหร่ บ้านใหญ่คุมได้หมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ไม่มีใครบ้าเอาบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดไปตรวจสอบหรอก มันไร้สาระ
นายสนธิญา กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายมงคลกิตติ์ ให้ไปทำงานการเมืองด้วยกัน แต่คิดว่าคงไม่ไป เพราะผมกลัวไดโนเสาร์ โดยคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อว่าพรรคธรรมราษฎร์ ซึ่งมีความหมายว่าความเป็นธรรมของราษฎร

