“ต่อไส้” ความหลากหลายที่ซ่อนอยู่ในพรรณไม้แห่งวงศ์เงาะ

72

ท่ามกลางพงป่าเขตร้อน มีไม้พื้นถิ่นชนิดหนึ่งที่ดูเหมือนเรียบง่าย แต่กลับซ่อนความ “แตกต่าง” ไว้อย่างน่าทึ่ง — ต่อไส้ พรรณไม้ที่นักพฤกษศาสตร์เคยถกเถียงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นกี่ชนิดกันแน่

“ต่อไส้”พรรณไม้หลากลักษณ์แห่งวงศ์เงาะ
ในผืนป่าของประเทศไทย ตั้งแต่ที่ราบต่ำไปจนถึงภูเขาสูงราว 1,900 เมตร เราอาจพบไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดกลางสูงได้ถึง 10 เมตรชนิดหนึ่ง แฝงตัวอยู่อย่างเงียบงัน ทว่ามีเอกลักษณ์ชวนพิศวง นั่นคือ “ต่อไส้”ชื่อวิทยาศาสตร์ Allophylus cobbe (L.) Raeusch.อยู่ในวงศ์ Sapindaceae วงศ์เดียวกับเงาะ ลำไย และลิ้นจี่

สิ่งที่ทำให้ต่อไส้แตกต่างจากไม้ป่าทั่วไป คือ “ความผันแปร” ทางรูปร่างที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ใบของมันเป็นใบประกอบ มีใบย่อย 3–5 ใบ เรียงเวียนสลับ รูปทรงตั้งแต่ใบรี ใบแถบ ไปจนถึงรูปไข่ ขอบใบอาจเรียบหรือจักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบอาจเกลี้ยงมัน หรือมีขนและตุ่มเล็ก ๆ ปกคลุมด้านล่าง ความหลากหลายนี้เองที่ทำให้นักพฤกษศาสตร์ในอดีตเคยจำแนกต่อไส้ออกเป็นชนิดต่าง ๆ มากกว่า 200 ชนิด

เมื่อถึงฤดูออกดอก ต่อไส้จะสร้างช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว รูปทรงไม่สมมาตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ รูปไข่ ส่วนกลีบดอก 4 กลีบ มีลักษณะคล้ายเล็บมือหรือใบพาย ที่โคนมักมีเกล็ดเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ 2 อัน เพิ่มรายละเอียดอันประณีตให้ดอกเล็กจิ๋วเหล่านี้

ผลของต่อไส้เป็นผลผนังชั้นในแข็ง รูปกลมหรือรูปไข่ เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือแดงสด โดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางสีเขียวของป่า ภายในเมล็ดไม่มีเยื่อหุ้ม แตกต่างจากญาติในวงศ์เดียวกันหลายชนิด

ต่อไส้มีการกระจายพันธุ์กว้างขวาง ตั้งแต่อเมริกาใต้ แอฟริกา จนถึงเอเชียเขตร้อน สำหรับประเทศไทยพบได้แทบทุกภาค ในถิ่นอาศัยหลากหลาย ตั้งแต่ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ไปจนถึงป่าดิบเขา นอกจากคุณค่าทางนิเวศในฐานะไม้ประดับป่าแล้ว ต่อไส้ยังถูกใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านในหลายพื้นที่ สะท้อนความผูกพันระหว่างพรรณไม้กับวิถีชีวิตมนุษย์มายาวนาน

ทั้งนี้​ ชื่อสกุล Allophylus มาจากภาษากรีก allos แปลว่า “แตกต่าง” และ phyton แปลว่า “พืช” ชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่ออธิบายธรรมชาติอันแปรผันของพรรณไม้นี้อย่างตรงไปตรงมา ปัจจุบันในหนังสือ Flora of Thailand นักพฤกษศาสตร์ได้ปรับการจำแนกใหม่ โดยถือว่าต่อไส้เป็นชนิดเดียว แต่แบ่งออกเป็น 10 กลุ่มย่อย ตามลักษณะภายนอกที่แตกต่างกัน

ด้วยชื่อท้องถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กวง กุม ไก่เถื่อน คางลาง เพี้ยฟาน หรือสิบไส้ ต่อไส้จึงไม่ใช่เพียงพรรณไม้ชนิดหนึ่ง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความหลากหลายทั้งทางธรรมชาติ ภาษา และวัฒนธรรม ที่เติบโตเคียงคู่ผืนป่าไทยมาอย่างยาวนาน