หน้าแรกการเมือง"พริษฐ์" สังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ในเขตคันนายาว โดยเน้นย้ำให้คงแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อเดิม และเพิ่มเติมประเด็นการขาดต้นขั้วในคำฟ้อง ม.157

“พริษฐ์” สังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ในเขตคันนายาว โดยเน้นย้ำให้คงแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อเดิม และเพิ่มเติมประเด็นการขาดต้นขั้วในคำฟ้อง ม.157

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ณ อาคารอมรพันธ์แซทเทอไลท์คอนโดทาวน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติ ภายหลังจากการปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17:00 น. คณะกรรมการประจำหน่วยได้ดำเนินการตรวจสอบบัตรออกเสียงลงคะแนนและเริ่มกระบวนการนับคะแนนในเวลา 17:20 น.

จากการสังเกตการณ์พบว่ามีประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากให้ความสนใจเฝ้าสังเกตการณ์การนับคะแนน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากประเด็นที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าที่มีการเผยแพร่ภาพบัตรเลือกตั้งที่แตกต่างจากบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของต้นขั้วบัตร บริเวณเล่มที่และเลขที่ ซึ่งไม่มีรหัส 9 ตัว นอกจากนี้ ตัวแทนจากกลุ่ม iLaw ได้เดินทางมาสังเกตการณ์และดำเนินการบันทึกคะแนนคู่ขนานไปกับการนับคะแนนของคณะกรรมการ เพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้อง

ในการนับคะแนนครั้งนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และนายวิทวัส ติชะวาณิชย์ ผู้สมัครของพรรคประชาชนในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นายพริษฐ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ท่านได้เข้าร่วมในฐานะตัวแทนพรรคประชาชน เพื่อสังเกตการณ์และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร โดยได้เดินทางมาพร้อมกับรองหัวหน้าพรรคและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว ประเด็นหลักในการสังเกตการณ์ครั้งนี้คือ การตรวจสอบท่ามกลางข้อสงสัยและข้อสังเกตหลายประการที่พรรคประชาชนและสาธารณชนได้ตั้งคำถามขึ้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังคงยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยลับ นั่นหมายความว่าการออกเสียงลงคะแนนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 จะต้องเป็นไปตามแนวปฏิบัติเดียวกันกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกประการ

ท่านได้แบ่งประเด็นดังกล่าวออกเป็น 5 ข้อ โดยเน้นย้ำว่าหาก กกต. ยืนยันว่าการดำเนินการในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างถูกต้อง วันนี้เราควรจะได้เห็น 5 ประเด็นที่เราเคยเห็นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เช่นกัน ได้แก่1. บัตรเลือกตั้งควรมีบาร์โค้ดและ QR Code.

  1. ประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์ควรสามารถมองเห็นรหัสบัตรต้นขั้วได้อย่างชัดเจน ซึ่งจากภาพข่าวที่ปรากฏ พบว่าบัตรต้นขั้วไม่มีรหัสตามที่กล่าวอ้าง.
  2. รหัสต้นขั้วควรมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ.
  3. เจ้าหน้าที่ควรมีการบันทึกลำดับในบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง.
  4. เจ้าหน้าที่ควรชูบัตรและขานคะแนนต่อหน้าสาธารณชน โดยไม่มีเจตนาปกปิดบาร์โค้ดหรือ QR Code บนบัตร. หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าการดำเนินการในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบทุกประการ วันนี้ก็ควรจะปรากฏแนวปฏิบัติทั้ง 5 ข้อนี้ แต่หากพบว่าไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติทั้ง 5 ข้อนี้ สังคมย่อมมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถาม.

เมื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการใช้การเปลี่ยนแปลงตัวเลขบนต้นขั้วเป็นหลักฐานเพิ่มเติมในการยื่นคำร้องต่อ กกต. ตามมาตรา 157 นายพริษฐ์ได้ชี้แจงว่า เหตุผลที่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องในขณะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการรวบรวมข้อมูลในวันนี้ ประเด็นเกี่ยวกับรหัสบนต้นขั้วเป็นหนึ่งในห้าประเด็นสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่าภาพที่ปรากฏนั้นสะท้อนถึงทุกกรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง จะสามารถเห็นความแตกต่างในแนวปฏิบัติได้อย่างชัดเจน

ในส่วนของข้อสังเกตที่ว่าเหตุใดจึงไม่มีตัวเลขบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง นายพริษฐ์ได้ให้ความเห็นว่า จากการติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา การที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถมองเห็นรหัสบนต้นขั้วนั้น ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อาจส่งผลให้การออกเสียงไม่เป็นความลับ ซึ่งตนมองว่าการที่ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์มองเห็นรหัสบนต้นขั้วนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย ดังนั้น หากวันนี้มีการใช้บัตรเลือกตั้งที่รหัสตรงกับต้นขั้ว ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์จะไม่สามารถมองเห็นรหัสดังกล่าวได้อีกต่อไป ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ต่างกัน

ประเด็นเกี่ยวกับการตีความว่าเป็นการลงคะแนนลับหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ได้ชี้แจงว่ามีสองกลุ่มความคิดเห็นหลัก กลุ่มแรกซึ่งพรรคประชาชนเห็นด้วยคือ คำว่า “ลับ” หมายถึงการที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงแค่ความยากง่ายในการตรวจสอบ แต่คือการไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ลงคะแนนได้เลย เว้นแต่ผู้นั้นจะเปิดเผยข้อมูลด้วยตนเอง ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่ง กกต. ให้การสนับสนุน คือการพยายามอ้างว่าเป็นลับ แม้จะสามารถตรวจสอบได้ แต่เป็นไปได้ยาก

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เราไม่ได้กล่าวหาว่า กกต. มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด ทว่าการเลือกใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและระบุรหัสใต้บัตรนั้น เป็นการสร้างช่องโหว่ที่อาจทำให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครที่ทราบระบบ สามารถออกแบบกระบวนการเพื่อตรวจสอบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้ใคร ซึ่งจะส่งผลให้การออกเสียงนั้นไม่เป็นความลับอีกต่อไป ประเด็นนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการฟ้องร้องตามมาตรา 157 ด้วย หาก กกต. มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการในวันนี้ ผมคิดว่าจะเป็นการเพิ่มข้อเท็จจริง และอาจถูกตีความได้ว่า กกต. ยอมรับข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ในประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นซึ่งอาจมีความเห็นต่าง นายพริษฐ์ได้ชี้แจงว่า แต่ละบุคคลย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยังคงยืนยันในมุมมองที่สอดคล้องกับกลุ่มความคิดเห็นที่หนึ่ง ซึ่งระบุว่าเมื่อเรานิยามคำว่า “ลับ” หมายถึงสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่เรื่องของการตรวจสอบยากหรือง่าย ซึ่งมุมมองของพรรคสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า “ลับ” หมายถึงสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินการ ประชาชนได้มอบหมายให้รองหัวหน้าพรรคเป็นผู้จัดทำคำฟ้อง ซึ่งขณะนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีแผนที่จะยื่นภายในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งยืนยันว่าจะนำข้อเท็จจริงที่ปรากฏในวันนี้มาประกอบในคำฟ้องด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img