หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมศาลอาญา พิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน "อานนท์ นำภา-มุก พิมพ์สิริ-ฟ้า พรหมศร-สมยศ พฤษาเกษมสุข" เหตุปราศรัยหน้า...

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน “อานนท์ นำภา-มุก พิมพ์สิริ-ฟ้า พรหมศร-สมยศ พฤษาเกษมสุข” เหตุปราศรัยหน้า ’ราบ 11‘ ฐานวิจารณ์ย้ายกำลังพล-โอนทรัพย์สินส่วนพระองค์

ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน “อานนท์ นำภา-มุก พิมพ์สิริ-ฟ้า พรหมศร-สมยศ พฤษาเกษมสุข” เหตุปราศรัยหน้า ’ราบ 11‘ ฐานวิจารณ์ย้ายกำลังพล-โอนทรัพย์สินส่วนพระองค์ ส่วน “ทราย เจริญปุระ” ยกฟ้อง

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีดูหมิ่นสถาบัน คดีหมายเลขดำอ.498/2567 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกับพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย ฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามป.อาญามาตรา 112 โดยจำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 1 , นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 2 , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 3 , น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ หรือ มุก จำเลยที่ 4 , น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน จำเลยที่ 5 , นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า จำเลยที่ 6 , น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย จำเลยที่ 7

ในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก, ความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พฤติการณ์ตามฟ้อง สรุปว่า เดือนพฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ บริเวณ ถ.พหลโยธิน และบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน โดยพวกจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 2,000 คน และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก พวกจำเลยไม่ยกเลิกการชุมนุม โดยระหว่างการชุมนุม พวกจำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันฯ

จำเลยทั้ง 7 ให้การปฏิเสธ และระหว่างการพิจารณา นายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี เฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2

ศาลอาญา พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางนำสืบแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18 และจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3-6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

โดยการกระทำของจำเลย ที่ 1, 3, 4, 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3-6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีกำหนดคนละ 2 ปี 8 เดือน , ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คงปรับจำเลยที่ 1, และที่ 3-6 คนละ 10,000 บาท และฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1, 3-6 เป็นพินัยคนละ 200 บาท

รวมลงโทษจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 10,200 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับจำนวน 10,200 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และหากไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 30, 31

โดยส่วนของจำเลยที่ 1 (นายอานนท์ นำภา) ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1629/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.4019/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2495/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.2841/2566), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2804/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.25/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2847/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.1863/2567) ของศาลอาญานี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1522/2567 (หมายเลขแดงที่ 3040/2566) ของศาลนี้ด้วยข้อหาและคำขออื่น

นอกจากนี้ ให้ยก ส่วนจำเลยที่ 7 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอได้ว่า เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยอื่นไปร่วมชุมนุมหรือปราศรัยด้วย พิพากษายกฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 1 นายอานนท์ มีโทษตามคำพิพากษา รวมคดีนี้แล้ว 31 ปี 9 เดือน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img