เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 2569 ณ บริเวณหน้าโลตัส ลาดพร้าว จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พานางพรพิมล เกิดท้วม อายุ 73 ปี (ภรรยาผู้ตาย) และ น.ส.เสาวณี เกิดท้วม อายุ 52 ปี (ลูกสาว) เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรม
กรณี นายอุบล แก้วท้วม อายุ 76 ปี ถูกรถกระบะชนจนเสียชีวิตภรรยาและลูกสาวลำดับเหตุการณ์ ว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายอุบลขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อขนมจีนให้ภรรยาที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม แต่ถูกรถกระบะเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงบริเวณสะพานเอราวัณ 1 ใกล้วัดพระธรรมกายทำให้ นายอุบลกลายเป็นอัมพาต นอนติดเตียง ไม่รู้สึกตัวนานเกือบ 3 เดือน ครอบครัวต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจนต้อง “ขายบ้าน” เพื่อนำเงินมาประทังชีวิต ต่อมาวันที่ 30 มกราคม 2569 นายอุบลเสียชีวิตลงอย่างสงบ นางพรพิมล
ภรรยาผู้ตาย เล่าทั้งน้ำตาว่าตลอดเวลาที่สามีนอนติดเตียง คู่กรณีมาดูอาการเพียง “ครั้งเดียว” แล้วหายหน้าไม่ติดต่อมาอีกเลย ไม่มีการเยียวยาหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ ขณะที่การดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง ก็ไม่มีความคืบหน้า ราวกับเรื่องจะเงียบหายไปกับสายลม ติดต่อไปล่าสุดแจ้งว่าคดีเยอะ รออีก 1 เดือนจะทำคดีให้
“สามีแค่ตั้งใจจะไปซื้อของกินมาให้ฉันเพราะเห็นว่าฉันป่วยเดินไม่ไหว ไม่คิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันในสภาพปกติ ตอนนี้บ้านก็ต้องขาย คดีก็ไม่เดิน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร”
การเข้าร้องเรียนต่อจ่าคิงส์ในครั้งนี้ เพื่อขอให้กองบังคับการปราบปรามช่วยตรวจสอบการทำงานของ สภ.คลองหลวง ให้ติดตามคู่กรณีให้นำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบต่อความสูญเสีย เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตายและครอบครัวที่ต้องสูญเสียทั้งเสาหลักและที่อยู่อาศัย
จ่าคิงส์ แตงทิม ระบุว่าคดีนี้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของชาวบ้าน ซึ่งตนจะพาครอบครัวเข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อให้ความจริงปรากฏและไม่ให้คนตายต้องตายฟรี

