หอมละมุนจากยอดดอย “เอื้องแซะ” กล้วยไม้ป่าผู้สูงศักดิ์แห่งฤดูหนาว

140

ท่ามกลางหมอกบางบนภูเขาสูง กล้วยไม้ป่าชนิดหนึ่งส่งกลิ่นหอมละมุนลอยคลุ้งในอากาศ เงียบงาม ไม่อวดฉูดฉาด หากเปี่ยมด้วยคุณค่า “เอื้องแซะ” คือพรรณไม้ที่ธรรมชาติรังสรรค์อย่างประณีต และเป็นหนึ่งในกล้วยไม้ที่อยู่ในหัวใจของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพไทย

เอื้องแซะ เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยที่พบตามต้นไม้ใหญ่บนภูเขาสูง สะท้อนการปรับตัวอย่างชาญฉลาดของพืชป่า ลำลูกกล้วยมีลักษณะเป็นลำรูปรี ค่อนข้างแข็งแรง ผิวลำมีขนละเอียดปกคลุม ใบเป็นรูปรี แผ่นใบสีเขียวเข้ม หนาและเหนียว ปลายใบหยักเว้าไม่สม่ำเสมอ ขอบใบเรียบ ขนาดใบกว้างประมาณ 2–3 เซนติเมตร และยาวราว 5–8 เซนติเมตร

ความงามของเอื้องแซะปรากฏชัดในยามออกดอก ดอกออกเป็นช่อจากซอกใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีขาวสะอาดตา ตัดกับกลีบปากสีเขียวอมเหลืองที่ค่อย ๆ เข้มขึ้น ผิวกลีบไม่เรียบ เพิ่มมิติให้ดอกดูมีชีวิตชีวา สิ่งที่ทำให้เอื้องแซะโดดเด่นเหนือกล้วยไม้หลายชนิด คือ กลิ่นหอมแรงและชัดเจน หอมหวานแบบธรรมชาติ จนผู้พบเห็นยากจะลืมเลือน

ฤดูแห่งการเบ่งบานของเอื้องแซะอยู่ในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ช่วงเวลาที่ป่าเขาเงียบสงบ แต่กลับอบอวลด้วยกลิ่นหอมของกล้วยไม้ป่าชนิดนี้

ร่องรอยการกระจายพันธุ์และคุณค่าทางธรรมชาติ
เอื้องแซะมีเขตกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าและลาว การดำรงอยู่ของเอื้องแซะจึงไม่ใช่เพียงความงามเฉพาะถิ่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศภูเขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่สำคัญ เอื้องแซะยังเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงโปรดและทรงให้ความสำคัญด้านการอนุรักษ์ สะท้อนพระราชปณิธานในการคุ้มครองและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าไทยให้คงอยู่สืบไป

เอื้องแซะ ไม่ได้เป็นเพียงกล้วยไม้ป่าที่งดงามและหอมหวาน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความสมดุลระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ การชื่นชมอย่างรู้คุณค่า และการอนุรักษ์อย่างเข้าใจ คือหนทางเดียวที่จะทำให้กลิ่นหอมจากยอดดอยนี้ ยังคงลอยอยู่ในผืนป่าไทยไปอีกยาวนาน

ขอบคุณข้อมูล​ : หนังสือ 90 พรรษา บรมราชินีนาถ พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ , หนังสือ กล้วยไม้ไทย สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์