‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’​เปิดสูตรบริหารเมือง แชร์ไอเดียพิจิตร สู่เมืองสำหรับทุกคน

90

(18 ก.พ. 69) เวลา 09.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยายหัวข้อ “วิสัยทัศน์การบริหารจัดการเมืองของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ให้แก่คณะศึกษาดูงานจากเทศบาลเมืองพิจิตร โดยแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมือง การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ทุกเมืองล้วนเผชิญความท้าทายคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม การจัดการขยะ การศึกษา และสาธารณสุข แตกต่างกันเพียงขนาดและบริบทของพื้นที่ โดยหัวใจสำคัญของการบริหารเมืองต้องเริ่มจากการประเมินสถานการณ์ กำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพมหานครได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ครอบคลุม 9 ด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การเดินทาง ความปลอดภัย การบริหารจัดการ เศรษฐกิจ สังคม ความโปร่งใส และการศึกษา โดยมุ่งดูแลประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการกว่า 226 แผน เน้นทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการขนาดเล็กในชุมชน ควบคู่กัน เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย” ที่ต้องแข็งแรงไปพร้อมกัน

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน กทม. ทำการพัฒนาทางเท้า การเพิ่มไฟส่องสว่าง การสร้างสวนสาธารณะใกล้บ้านตามแนวคิด “สวน 15 นาที” และโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วกว่าสองล้านต้น โดยเน้นความร่วมมือกับภาคเอกชนและประชาชน เพื่อเสริมพลังการพัฒนาเมือง

สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. มีอุโมงค์ระบายน้ำและระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ ควบคู่กับการลอกท่อและแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้ระบบฐานข้อมูลแผนที่ (GIS) ระบุพิกัดปัญหาเพื่อติดตามและแก้ไขอย่างแม่นยำ ลดจำนวนจุดเสี่ยงน้ำท่วมลงได้ดีขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กทม. ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ผ่านแพลตฟอร์ม “Traffy Fondue” เปิดให้ประชาชนแจ้งปัญหาผ่านสมาร์ตโฟน พร้อมพิกัดและภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนกว่า 1.2 ล้านเรื่อง แก้ไขแล้วเกือบ 1 ล้านเรื่อง ช่วยลดระยะเวลาเฉลี่ยในการแก้ปัญหาจาก 2 เดือน เหลือประมาณ 1.9 วัน สะท้อนแนวคิด “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” และการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบและให้คะแนนการทำงานของหน่วยงานได้ตลอดเวลา

ด้านการศึกษา กทม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กเล็ก ปรับเพิ่มค่าอาหารกลางวัน ปรับค่าตอบแทนบุคลากรศูนย์เด็กเล็กครั้งแรกในรอบ 12 ปี พัฒนาห้องเรียนปลอดฝุ่น และนำเทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการเรียนการสอน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ

ในช่วงท้าย คณะเทศบาลเมืองพิจิตรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ การจัดการน้ำ และการบริหารเมือง โดยเห็นพ้องว่าการลดขั้นตอนราชการ การใช้เทคโนโลยี และการดึงภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายเฉลิมศักดิ์ กองกันภัย นายกเทศมนตรีเมืองพิจิตร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร คณะศึกษาดูงานจากเทศบาลเมืองพิจิตร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังการบรรยาย ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)