ปคม.จับหนุ่มสวย เปิดกลุ่มลับออนไลน์ เก็บเงินสมาชิก 299–400 บาท จัดโปรโมชั่น 199 บาท เผยแพร่สื่อลามกเด็ก ผงะสมาชิกกว่า 100 ราย

57

วันที่ 17 ก.พ. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ศิรเมศร์ เมธีธนวิจิตร์ ผกก.3 บก.ปคม., พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง ผกก.3 บก.ปคม. และ พ.ต.ท.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม สว.กก.3 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงจับกุม นายเจษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยโสธร จำนวน 2 หมาย คือหมายจับที่ 23/2569 ลงวันที่ 11 ก.พ. 2569 ในข้อหาค้ามนุษย์ต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, กระทำอนาจารและบันทึกภาพเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ, พาเด็กไปเพื่อการอนาจาร, พรากเด็กจากผู้ปกครอง และครอบครองหรือส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กและหมายจับที่ 24/2569 ลงวันที่ 11 ก.พ. 2569 ในข้อหาค้ามนุษย์ต่อเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี เพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี

ทั้งนี้​ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปคม. ทำการสืบสวนพบผู้ใช้บนแพลตฟอร์ม X เผยแพร่ภาพและคลิปที่เข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก พร้อมชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ลับ โดยเรียกเก็บค่าสมาชิก 299–400 บาท และมีการจัดโปรโมชั่น 199 บาท

จากการตรวจสอบพบว่าภายในกลุ่มมีสมาชิกกว่า 100 ราย และมีการเผยแพร่คลิปลักษณะไม่เหมาะสมจำนวนมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปคม. ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยโสธร คัดแยกผู้เสียหาย 2 ราย ซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์​ รายแรก เหตุเกิดช่วงเดือน ต.ค. 2568 ขณะอายุ 15 ปี ถูกผู้ต้องหาใช้บัญชีปลอมติดต่อผ่านแพลตฟอร์ม X ก่อนนัดพบในห้องน้ำสาธารณะ และกระทำอนาจารพร้อมบันทึกภาพไว้​ และรายที่สอง เหตุเกิดช่วงเดือน พ.ค. 2567 ขณะอายุ 13 ปี ถูกผู้ต้องหาเข้าตีสนิท ก่อนหลอกไปยังห้องน้ำสาธารณะและกระทำอนาจาร พร้อมบันทึกภาพเช่นกัน

พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลจังหวัดยโสธรออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร และนำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม.ดำเนินคดี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากเตือนผู้ปกครองให้เฝ้าระวังการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบุตรหลาน เนื่องจากผู้ไม่หวังดีอาจใช้ช่องทางออนไลน์ในการล่อลวง ตีสนิท และชักชวนไปกระทำความผิดอีกด้วย