ชู 5 มิติสำคัญพัฒนา“สะพานเขียว”ภายใต้แนวคิด “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” คาดกลางปีนี้เสร็จเต็มรูปแบบ

58

(17 ก.พ.69) เวลา 09.00 น. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำทีมสื่อมวลชนสัญจร ลงพื้นที่พาชมเส้นทางสะพานเขียว พร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยาน เชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ แก้ปัญหาโครงสร้างทรุดโทรม จุดอับสายตาและแสงสว่างไม่เพียงพอ พร้อมการออกแบบตามแนวคิด Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางคนเดินและทางจักรยานเชื่อมระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ หรือ “สะพานเขียว” ระยะทางรวมกว่า 1.6 กิโลเมตร ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมที่มีอายุกว่า 20 ปี ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่ทันสมัยและปลอดภัย โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” ครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่

1. มิติภูมิทัศน์และการเชื่อมต่อ (Green Connectivity & Urban Integration) สะพานเขียวไม่ได้เป็นเพียงทางเดินลอยฟ้า แต่ถูกพัฒนาให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว” ที่เชื่อมต่อปอดขนาดใหญ่ของเมือง ได้แก่ สวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมปรับปรุงจุดเชื่อมต่อสำคัญ อาทิ ซอยสุขุมวิท 4 ซอยสุขุมวิท 10 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิทยุ และถนนสารสิน มีการเสริมความแข็งแรงโครงสร้าง ฐานราก คานคอนกรีต คานเหล็ก เสาเหล็ก และราวกันตกใหม่ทั้งหมด รวมถึงปรับปรุง Ramp เชื่อมต่อหลายจุด เพื่อให้โครงข่ายทางเท้าและทางจักรยานในย่านธุรกิจ (CBD) มีความต่อเนื่อง ลดการพึ่งพารถยนต์ และสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดสวน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มตลอดแนวสะพาน สร้างบรรยากาศ “Urban Forest” หรือป่าในเมือง เพิ่มความร่มรื่น ลดอุณหภูมิ และช่วยดูดซับฝุ่นละออง

2.มิติการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design & Inclusion) โครงการให้ความสำคัญกับการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม โดยออกแบบตามหลัก Universal Design อย่างครบถ้วน ติดตั้งลิฟต์โดยสารในจุดเชื่อมต่อหลัก ก่อสร้างทางลาด (Ramp) ความยาวกว่า 57 เมตร ตามมาตรฐานความลาดชันสากล พื้นผิวทางเดินไม่ลื่น รองรับรถเข็นและผู้สูงอายุ จัดวางพื้นที่พักผ่อน จุดนั่ง และราวจับอย่างเหมาะสม ถือเป็นครั้งแรกที่สะพานเขียวได้รับการปรับปรุงให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และทุกกลุ่มสามารถใช้พื้นที่ลอยฟ้าใจกลางเมืองได้อย่างแท้จริง

3.มิติพื้นที่กิจกรรม (Sport & Social Space) สะพานเขียวถูกยกระดับให้เป็น “พื้นที่กิจกรรมกลางเมือง” ไม่ใช่เพียงทางผ่าน ปรับพื้นผิวเป็น Sport Surface ระยะทางประมาณ 500 เมตร ช่วยลดแรงกระแทก เหมาะสำหรับการวิ่งและปั่นจักรยาน สร้างลานกิจกรรมอเนกประสงค์เหนือจุดตัดสำคัญ เช่น เหนือทางด่วนเฉลิมมหานครและเหนือคลองไผ่สิงโต
จัดพื้นที่เป็นจุดเช็กอิน มุมพักผ่อน และพื้นที่เรียนรู้กลางแจ้ง พื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับกิจกรรมชุมชน กิจกรรมสุขภาพ และกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนเมืองทุกช่วงวัย

4.มิติการฟื้นฟูชุมชน (Community Regeneration) หนึ่งในหัวใจของโครงการคือการปรับพื้นที่ใต้สะพานและจุดอับสายตาในย่านซอยโปโลและร่วมฤดี จากพื้นที่เสื่อมโทรมถูกปรับให้โปร่ง โล่ง สะอาด และปลอดภัย พร้อมจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ แนวทางดังกล่าวช่วยลดปัญหาพื้นที่รกร้าง ลดจุดเสี่ยงอาชญากรรม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบ

4.มิติความปลอดภัยและแสงสว่างอัจฉริยะ (Safety & Smart Lighting) เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานตลอดทั้งวัน โครงการได้ยกระดับระบบความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างใหม่ตลอดแนวเส้นทาง เพิ่มไฟประดับเพื่อความสวยงามและทัศนวิสัย ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เชื่อมต่อศูนย์ควบคุมของกรุงเทพมหานครโดยตรง ทำให้สะพานเขียวสามารถเปิดใช้งานได้ตั้งแต่เช้ามืดถึงยามค่ำคืนอย่างปลอดภัย

    นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การพัฒนา “สะพานเขียว” สอดคล้องกับทิศทางยกระดับคุณภาพชีวิตเมือง หลังกรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเมืองอันดับ 2 ของเอเชีย ในรายงาน World’s Best Cities 2026 จากความโดดเด่นด้านพื้นที่สีเขียวและโครงข่ายทางเดินเชื่อมสวนสาธารณะ โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร อาทิ โครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างเมืองที่เดินได้ ใช้ได้ และหายใจได้อย่างแท้จริง

    ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียวโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” และ “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวในระยะ 800 เมตร ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกย่านของเมือง โดยสะพานเขียวโฉมใหม่นี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569 จะเป็นมากกว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงโครงข่ายทางเดินและจักรยานอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง และสร้างพื้นที่กิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) ผู้อำนวยการสำนักการโยธา รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน โดยแต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันชี้แจงทั้งในมิติการออกแบบเชิงผังเมือง การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการพื้นที่กับชุมชนโดยรอบ เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน