“เต้ มงคลกิตติ์” ์ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นการเร่งด่วนว่า การที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่เชื่อมโยงกับต้นขั้วนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมทั้งเสนอแนะให้ “นิด้า” พิจารณาประกอบอาชีพอื่น เนื่องจากผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าขัดแย้งกับกระแสสังคม
วันนี้ (16 ก.พ. 69) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดำเนินการติดบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ซึ่งอาจส่งผลให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ลงคะแนนและคะแนนที่เลือกได้จากต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจในการเสนอเรื่องต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ทันที โดยนายมงคลกิตติ์ได้นำเสนอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในปี 2569 ซึ่งพบปัญหาหลายประการ อาทิ จำนวนบัตรเลือกตั้งสีเขียวเกินกว่าบัตรสีชมพู, คะแนนที่บันทึกไม่ตรงกับคะแนนที่แสดงบนกระดานประกาศ และคะแนนที่บันทึกไม่สอดคล้องกับคะแนนในระบบออนไลน์
นายมงคลกิตติ์ได้ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความไม่สมบูรณ์หลายประการ เช่น การไม่ออกคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง และการออกคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้ง แม้ว่าจะเป็นอำนาจของ กกต. ก็ตาม แต่ในกรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ชี้แจงว่า หากมีการตรวจสอบรหัสบนบัตรลงคะแนนกับต้นขั้วได้ แต่ กกต. จะเก็บเป็นความลับนั้น ถือว่าไม่สอดคล้องกับหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ เนื่องจากคำว่า “ลับ” หมายถึงไม่ว่าใครก็ตาม แม้จะตรวจสอบในภายหลัง ก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้ผู้ใด เช่นเดียวกับการเลือกตั้งในปี 2549 ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นที่ประจักษ์ว่าภาคประชาชน องค์กร และพรรคการเมืองหลายฝ่ายมีความเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและไม่เป็นไปตามหลักการของการลงคะแนนลับ
“ผมมีความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งว่านิด้าได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มบุคคลใด หรือได้ทำการสำรวจ ณ ที่พำนักของท่านเลขาธิการแสวงหรือไม่ จึงได้ข้อสรุปว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม ผมจึงขอเสนอแนะให้นิด้าพิจารณายุติการดำเนินงานสำนักโพลและหันไปประกอบอาชีพอื่น การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง หากต้องให้คะแนน ผมคงให้เกรด D และ F ส่วนกรณีที่ท่านเลขาธิการแสวงกล่าวว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องนั้น ก็เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ เพราะหากยอมรับว่าตนเองกระทำผิด ก็ย่อมส่งผลเสียต่อตนเอง ผมเชื่อมั่นว่าท่านเลขาธิการแสวงมิได้มีความกังวลเกี่ยวกับการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย สิ่งเดียวที่ท่านอาจกังวลคือการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง” นายมงคลกิตติ์กล่าว
นายมงคลกิตติ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นนี้เป็นที่สนใจของสังคมในวงกว้าง คาดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินการตรวจสอบโดยไม่ล่าช้า และเชื่อว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่การพิจารณาของศาล หากศาลมีคำวินิจฉัยที่เป็นไปตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม สถานการณ์ของประเทศก็จะมีความสงบเรียบร้อย แต่หากศาลมีคำวินิจฉัยที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้ ศาลก็อาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีเสถียรภาพ

