บก.ลายจุด จี้ กกต. เร่งประกาศผลเลือกตั้ง 100% คาใจประวิงเวลาเพื่ออะไร เกรง กกต. ทำงานไม่สอดคล้องฉันทามติประชาชน หวั่นบัตรเขย่งโผล่ หวังศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดปมเลือกตั้งโมฆะหรือไม่โมฆะจากบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 15 ก.พ.2569 ที่สกายวอล์กสี่แยกปทุมวัน กทม. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมการชุมนุมและการออกเสียงของประชามติจำลอง พร้อมขึ้นปราศรัยบนเวที
นายสมบัติ เปิดเผยหลังการปราศรัยว่า การที่พี่น้องประชาชนมาร่วมกิจกรรมชุมนุมในวันนี้ เป็นเพราะมีความรู้สึกเดียวกันที่อัดอั้นและไม่พอใจต่อการทำงานของ กกต. ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดการทุจริตและสกปรก ไม่โปร่งใส มีปัญหาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่ก็เป็นปัญหาใหญ่ทั้งนั้น ขนาดส่วนตัวที่ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งก็ยังไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อน การเลือกตั้งผ่านมาแล้ว 7 วัน แต่คะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนก็ยังไม่ออกมาเลย
นายสมบัติขยายความเพิ่มว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีหลักฐานและข้อบ่งชี้เป็นจำนวนมากว่าไม่สุจริต ทั้งการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เจ้าหน้าที่ กปน. ที่ผิดปกติระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งและข้อมูลที่มีปัญหา ไปจนถึงบัตรเลือกตั้งที่มี QR code หรือบาร์โค้ดซึ่งแสดงความเป็น Unique ของแต่ละบัตร จนเกิดความกังวลว่า จะสามารถสืบไปถึงต้นขั้วและผู้มีสิทธิ์ที่จะบัตรเลือกตั้งนั้นได้ และจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ

สำหรับประเด็นปัญหาเรื่องระบบข้อมูลคะแนนที่ตอนนี้ กกต. เปิดเผยว่ามีข้อมูลเพียงแค่ 94% ทำให้เกิดข้อกังขาว่า แล้วคะแนนอีก 6% อยู่ที่ไหน จะมีปัญหาเรื่องบัตรเขย่งหรือไม่ ตนจึงขอตั้งคำถามไปยัง กกต. ว่า ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งความเป็นจริงตอนนี้คุณต้องออกมาเปิดเผยคะแนนทั้ง 100% แล้ว ทั้งที่ผ่านการเลือกตั้งมา 7 วัน จึงเกรงว่า สิ่งที่ กกต. ทำตอนนี้ อาจจะไม่สอดคล้องกับฉันทามติของพี่น้องประชาชน
ขณะเดียวกัน การชี้แจงของ กกต. ตอนนี้แทบไม่สามารถจะชี้แจงอะไรให้กระจ่างชัดได้ พลิกไปพลิกมา เหมือนว่าตอนนี้ กกต. ไม่มีความโปร่งใสเลย แม้คำว่าโปร่งใสจะไม่มีในคำขวัญของ กกต. แล้ว แต่โดยหน้าที่ กกต. ควรจะต้องทำการเลือกตั้งให้โปร่งใสและถูกต้อง
เช่น กรณีบัตรเลือกตั้งที่ กกต. อธิบายว่าเป็นความลับและตัวต้นขั้วกับบัตรถูกเก็บแยกกัน จึงไม่อาจจะรวมข้อมูลกันได้ แต่ในความเป็นจริง ทั้งบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วถูกเก็บในหีบบัตรเลือกตั้งเดียวกัน ส่วนบาร์โค้ดอ้างว่าระบุได้แค่ล็อตผลิต แต่สุดท้ายก็สามารถสืบไปถึงต้นขั้วและผู้กาบัตรได้ แสดงความเป็น Unique ของบัตร

ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้ กกต. ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ทั้งการประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งครั้ง 100% ซึ่งถึงแม้ว่า กกต. อ้างว่าจะเร่งประกาศภายในเร็ว ๆ นี้ แต่ข้อแม้ก็คือ กกต. ต้องประกาศผลคะแนนแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีกว่าแสนหน่วยทั่วประเทศอย่างละเอียด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทุกหน่วยเลือกตั้งส่งมาให้ กกต. ตั้งแต่คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์แล้ว ถ้าติดขัดปัญหาเรื่องการคำนวณคะแนน ก็สามารถให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะตนเอง ไปร่วมสังเกตการณ์และช่วยคำนวณผลให้ได้
ถ้าไม่มีเครื่องคิดเลขหรือใช้โปรแกรม Excel ให้เป็น พวกตนจะไปช่วยเรื่องระบบให้ หรือถ้าหน่วยเลือกตั้งไหนมีปัญหา ก็ออกมาประกาศเลยว่าหน่วยไหนมีปัญหา มีกี่หน่วย และจะแก้ปัญหาอย่างไร หากหน่วยไหนที่ไม่มีปัญหา คุณสามารถประกาศให้ประชาชนได้รับทราบได้เลยหรือไม่
กกต. จะไม่สามารถประกาศผลคะแนนระดับประเทศได้ ถ้าไม่ประกาศผลคะแนนรายหน่วย เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่า พวกคุณนับเลขถูกหรือนับเลขผิด และข้อมูลที่ประกาศสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลที่พี่น้องประชาชนไปสังเกตการณ์ตามหน่วยเลือกตั้ง กกต. ต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่อ้างว่าเป็นข้อมูลทางราชการแล้วไม่เปิดเผย ไม่เข้าใจว่า กกต. จะรออะไร ต้องการประวิงเวลาไปเพื่ออะไร
นอกจากนี้ ตนยังขอเรียกร้องไปถึงสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลองค์กรอิสระอีกทีหนึ่ง ให้มากดดันและตรวจสอบการทำงานของ กกต. ในฐานะที่เป็นผู้เลือก กกต. รวมทั้งแสดงความคาดหวังไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ตอนนี้มีหลายภาคส่วนได้ยื่นฟ้องให้ กกต. รับผิดชอบและตีความการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นโมฆะหรือไม่ ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด
โดย บก.ลายจุด วิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมาเคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นมาตรฐานอยู่แล้วว่า หากเป็นการกระทำที่ไม่เป็นความลับ ย่อมทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อย่างเช่นปี 2549 สำหรับปัญหาเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือ QR code ในตอนนี้ ประชาชนทุกคนเป็นอันรู้กันว่า สามารถสืบไปถึงต้นขั้วและผู้กาบัตร

แม้กระทั่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กาบัตรได้ นั่นจึงมองได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะไม่เป็นความลับและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้เกิดการโมฆะขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เป็น Common sense ที่ประชาชนทั่วไปรู้กันแล้ว
แต่ยอมรับว่า ในทางการเมืองแบบนี้ คดีลักษณะแบบนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจากวินิจฉัยสอดคล้องกับ Common sense ของประชาชนหรือไม่ นั่นคือทำให้คนกังวลว่า การวินิจฉัยเรื่องการตีความการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ตรงตามสิ่งที่ประชาชนคิดว่าควรจะเป็น ซึ่งอาจจะมีชุดคำอธิบายบางอย่างที่อาจบิดพลิ้วสอดคล้องหรือคล้ายกับสิ่งที่ กกต. อธิบาย จึงยอมรับว่าเรื่องการวินิจฉัยของศาลนั้นค่อนข้างสุดจินตนาการอย่างมาก

โดยเฉพาะหากศาลมองว่า บาร์โค้ดและ QR code เป็นความลับอยู่แล้ว น่าจะส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะไม่มีใครกล้ามาลงคะแนน เพราะกังวลว่าจะถูกสืบไปถึงต้นขั้วและตัวผู้กาลงคะแนน ยิ่งไปกว่านั้นอาจส่งผลให้เกิดการตามล่าหัวคะแนนหรือไล่เช็คคนที่รับเงินซื้อเสียงได้
ดังนั้น การที่ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้และบรรทัดฐานของศาลที่จะตัดสินในเร็ววันนี้นั้น จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และ กกต. ต้องรับผิดชอบชดใช้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างหนัก

