ตำรวจทางหลวงสกัดอดีตทหารแหกด่าน ขนไอซ์ 60 กก. ประวัติโชกโชน เมาแล้วขับชนคนตาย

89

ตำรวจทางหลวงสกัดจับอดีตทหารแหกด่านขนไอซ์กว่า 60 กิโลกรัม ซุกท้ายรถเก๋งบนทางหลวงพิษณุโลก พบประวัติเคยก่อคดีเมาแล้วขับรถชนคนตาย

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล. พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล. จับกุม นายกิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 60 กิโลกรัม ,รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ทะเบียน กจ 5060 ยโสธร 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วัดโบสถ์ ตั้งด่านจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นยาเสพติด บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ขาล่อง) สายอุตรดิตถ์–พิษณุโลก บริเวณจุดตรวจบ้านท่างาม หมู่ที่ 2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก​ พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ทะเบียน กจ 5060 ยโสธร ขับเข้ามายังจุดตรวจ จึงส่งสัญญาณหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงขับรถสายตรวจติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า ช่วยสกัดจับ จนสามารถสกัดจับรถคันดังกล่าวได้ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมควบคุมตัว นายกิตตินันท์ ผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหาร

จากการสอบถาม นายกิตตินันท์ มีอาการพิรุธ สั่นประหม่า และให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นบริเวณท้ายรถ พบกระสอบสีเหลืองจำนวน 2 กระสอบ ภายในมีถุงชาบรรจุยาไอซ์ และยังพบเครื่องแบบทหารอยู่ภายในรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เวลาที่เจอด่านตรวจ

สอบสวน นายกิตตินันท์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลไม่ทราบชื่อ ให้เดินทางไปรับยาไอซ์จำนวนดังกล่าวที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อนำไปส่งให้เอเย่นต์ที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งมาถูกเรียกตรวจและพยายามหลบหนีจนถูกสกัดจับกุมได้ดังกล่าว จึงแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งให้หยุดรถ” ก่อนนำ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วัดโบสถ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

​ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยก่อเหตุเมาแล้วขับรถชนหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตที่ จ.ลพบุรี แล้วหลบหนี ก่อนจะถูกพลเมืองดีช่วยกันสกัดรถไว้ได้อีกด้วย