รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายจีนเทา หลอกลงทุนออนไลน์ เสียหายกว่า 11 ล้าน พบเส้นเงินแปลงเป็นคริปโทฯ ธุรกรรมอำพราง อ้างเคยสมัครทำงาน เลยต้องเปิดบัญชีให้

วันที่ 11 ก.พ. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายวรวัฒน์ อายุ 43 ปี นายเกรียงศักดิ์ อายุ 33 ปี และนายโชคชัย อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 600-602/2569 ลงวันที่ 29 ม.ค.2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ในพื้นที่ จ.สกลนคร ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 ถูกจับกุมที่ จ.เชียงใหม่
จากการจับกุมทราบว่า เมื่อช่วงกลางปี 2566 กลุ่มผู้ต้องหาใช้ชื่อบริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ จำกัด (VIP LATEX) โฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ชักชวนสมัครทำงานออนไลน์ อ้างเป็นงานปฏิบัติภารกิจโปรโมตสินค้าเพื่อสร้างรายได้ ระยะแรกจ่ายค่าตอบแทนจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนให้เหยื่อร่วมลงทุนในแพ็กเกจต่าง ๆ รวมถึงเสนอลงทุนถือหุ้นบริษัท รับประกันผลตอบแทนอัตราสูงผิดปกติ ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ภายหลังได้รับเงินลงทุนแล้ว กลับกำหนดเงื่อนไขการถอนเงินที่ซับซ้อน ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทน หรือคืนเงินต้นให้ผู้เสียหายได้ พร้อมอ้างปัญหาระบบหรือกำหนดให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกการถอน ก่อนบ่ายเบี่ยงและตัดการติดต่อในที่สุด

จากการตรวจสอบพบผู้เสียหายรวม 73 ราย มูลค่าความเสียหาย 11,411,219.93 บาท มีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 4 บัญชี และพบกระแสเงินหมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินไม่ได้ถูกนำไปดำเนินธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง แต่ถูกโอนผ่านบัญชีบุคคลและนิติบุคคลหลายทอดเพื่ออำพรางที่มา ก่อนแปรสภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency)

นอกจากนี้ยังพบว่า บริษัท วีไอพี ลาแท็กซ์ฯ ใช้บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลเดียวกันกับ บริษัท บิคิวแอล กรุ๊ป คอนเซาท์ อินเวทเม้นท์ จำกัด (BQL) ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้า ทั้งสองบริษัทมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน และมีความเชื่อมโยงทางเส้นทางการเงินอย่างชัดเจน
สอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การภาคเสธ อ้างว่าเคยสมัครทำงานออนไลน์กับบริษัทดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขให้เปิดบัญชีธนาคารและมอบบัญชีพร้อมบัตรเอทีเอ็มให้เจ้าของบริษัทนั้นเป็นชาวจีน แลกกับค่าตอบแทน 5,000 บาท และเงินเดือน 10,000 บาท โดยไม่ทราบว่าเป็นเงินที่ได้จากการหลอกลวง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

