ชายแดนใต้, วันที่ 11 ก.พ. – น.ส.นาซือเราะ เจ๊ะฮะ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (JSD-South) กล่าวถึงกิจกรรมเพื่อสังคมของสมาคม และภาคีเครื่อข่ายว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กิจกรรมรณรงค์และช่วยเหลือสังคมครั้งใหญ่ของ JSD-South ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ทั้งโครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง” ตั้งแต่ 26 ต.ค. 2568 – 2 ก.พ. 2569 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ กิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ที่จัดตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.-2 ก.พ. ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้ม และ “บทเรียน” สำคัญในการขับเคลื่อนงานภาคประชาสังคมในพื้นที่ขัดแย้งที่ไม่ได้วัดกันแค่ปริมาณของขวัญ แต่คือการเข้าถึง “หัวใจ” ของผู้ที่ถูกลืม

น.ส.นาซือเราะ กล่าวว่า สำหรับโครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่หลวง” จะเน้นการ “บรรเทาทุกข์” อย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติ ทั้งการแจกข้าวสารอาหารแห้ง 100 ชุด ต่อเนื่องยาวนาน 100 วัน สนับสนุนอิฐเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนผู้ยากไร้ และการลงพื้นที่มอบอุปกรณ์จำเป็นให้ผู้ป่วยติดเตียงถึงเตียงนอน การประกวดเขียนเรียงความ “ทำดี 100 วัน” จากตัวแทนนักเรียน 100 โรงเรียน เพื่อบ่มเพาะจิตสำนึกสาธารณะในตัว
ขณะที่กิจกรรม “วันเด็กแห่งชาติ” ที่จัดยาวกว่า 3 สัปดาห์ เนื่องจากโจทย์หลักไม่ใช่การจัดงานรื่นเริงในเมืองใหญ่ แต่คือการพุ่งเป้าไปที่ เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดาร ซึ่งมักจะเข้าไม่ถึงกิจกรรมหลักของหน่วยงานรัฐ “เราไม่ได้รอให้เขาเดินมาหา แต่เราเดินเข้าไปหาเขา” คือนิยามของกิจกรรมในปีนี้ ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง เนชั่นทีวี, บริษัท วิริยะประกันภัย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) และ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต สส.หลายสมัยที่ส่งต่อกำลังใจและทรัพยากรมาจากภาคเหนือสู่ปลายด้ามขวาน ทำให้สามารถส่งมอบ จักรยานและของขวัญ รวมกว่า 200 ชิ้นทุนการศึกษา จำนวน 93 ทุน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ต่อเนื่อง

จากการสรุปผลกิจกรรม นายกสมาคมสื่อชายแดนใต้ได้ชี้ให้เห็นถึง “จุดแข็ง” ที่ทำให้โครงการนี้แตกต่าง คือระบบการ “คัดกรองโดยคนในพื้นที่” เนื่องจากปัญหาคลาสสิกของความช่วยเหลือในชายแดนใต้คือการ “กระจุกตัว” อยู่ในเขตเมืองหรือหมู่บ้านที่เข้าถึงง่าย แต่ครั้งนี้ สมาคมฯ ใช้เครือข่ายสื่อมวลชน และคนในพื้นที่เป็นหูเป็นตา ทำให้สามารถค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่ “ตกสำรวจ” อย่างแท้จริง
ด้านนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. หนึ่งในหัวเรือใหญ่ภาคส่วนรัฐที่เข้าร่วมสนับสนุน สะท้อนมุมมองว่า การผนึกกำลังระหว่างสื่อมวลชน ภาครัฐ และภาคเอกชนเช่นนี้ เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “พื้นที่กลาง” ที่ช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในพื้นที่

การปิดฉากกิจกรรมในวันที่ 2 ก.พ. ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดภารกิจ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า “ความเป็นเอกภาพไร้พรมแดน” มีอยู่จริง การที่คนจากภาคเหนือส่งใจมาภาคใต้ หรือคนในเมืองยื่นมือสู่ป่าเขา คือการสร้างขวัญและกำลังใจที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งยืดเยื้อ ซึ่งวันนี้ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทำให้เห็นว่า “สื่อ” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ส่งสาร แต่ยังสามารถเป็น “มือ” ที่ช่วยหยิบยื่นโอกาส และเป็น “ใจ” ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้อย่างสง่างาม

