กกต.ยันทุกขั้นตอนโปร่งใส ชี้นับคะแนนใหม่ต้องมี​เหตุ​ สั่งสอบ2วัน​ ด้าน นศ.คาใจถูกเชิญพ้นห้องแถลง

90

กกต. ตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ข้อร้องเรียนเลือกตั้งหลายพื้นที่ ย้ำการนับคะแนนใหม่ทำไม่ได้ตามอำเภอใจ ต้องมีพยานหลักฐานชัด สั่งสอบเร่งด่วนปมชลบุรี–ปทุมฯ ขณะที่นักศึกษาและภาคประชาชนบุกถามความโปร่งใส ถูกเชิญออกจากห้องแถลง สะท้อนความไม่ไว้วางใจ หากยังไร้คำตอบ อาจยกระดับเคลื่อนไหวในกรอบกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ กกต. ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร พร้อมด้วยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ โดยย้ำว่าการดำเนินการของ กกต. ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและคำนึงถึงความโปร่งใสเป็นหลัก

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การสั่งนับคะแนนใหม่ว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องมีเหตุอันควรและมีข้อเท็จจริงรองรับอย่างชัดเจน เช่น กรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้ออกเสียง หรือมีหลักฐานเชื่อได้ว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้องตามระเบียบ ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิมีหน้าที่ทักท้วงในขณะเกิดเหตุเพื่อให้กรรมการประจำหน่วยบันทึกไว้เป็นหลักฐาน หากมาร้องเรียนภายหลังจะพิจารณาได้ยากขึ้น

สำหรับกรณีความวุ่นวายในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่มีข้อสงสัยเรื่องสภาพหีบบัตรและการไม่ใช้สายรัดหีบ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังจากนับคะแนนและปิดประกาศผลที่หน่วยเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการนำถุงบัตรจากหลายหน่วยมารวมในหีบใหญ่เพื่อเก็บรักษา แม้บางจุดจะไม่ได้ใช้สายรัด แต่มีการซีลด้วยพลาสติกโดยรอบ อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสและความสบายใจของทุกฝ่าย กกต.กลางได้สั่งให้ กกต.จังหวัดชลบุรี เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน 2 วัน เพื่อนำมาพิจารณาว่าจะต้องสั่งนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่

นายครรชิต กล่าวเสริมว่า กกต. ได้ส่งทีมสืบสวนจากส่วนกลางลงพื้นที่ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงกลุ่มการเมือง พร้อมเปิดเผยว่า รองเลขาธิการ กกต. อีกท่านหนึ่งที่ลงพื้นที่เจรจากับมวลชนเมื่อคืนที่ผ่านมา ถูกกักตัวไว้จนถึงช่วงเช้า ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจะเข้าช่วยเหลือออกมาได้

ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานี ที่มีการนับคะแนนใหม่ถึง 2 รอบและทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนแปลง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า กกต. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เนื่องจากตามกฎหมาย กรรมการประจำหน่วยไม่มีอำนาจเปิดหีบเพื่อนับคะแนนใหม่เองโดยพลการ ต้องได้รับคำสั่งจาก กกต.กลางเท่านั้น หากพบว่าดำเนินการไม่ถูกต้องอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนที่เปลี่ยนแปลงเป็นเพียงเล็กน้อยจากการวินิจฉัยบัตรดีและบัตรเสีย และไม่กระทบต่อผลแพ้ชนะโดยรวม

ขณะที่กรณีกรรมการประจำหน่วยในจังหวัดพะเยาที่ฉีกบัตรเลือกตั้งและเตรียมหย่อนลงหีบ ได้มีการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ส่วนกระแสข่าวภาพเอกสารนับคะแนนถูกทิ้งในกองขยะ กกต. ชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยบริเวณดังกล่าวเป็นจุดยุบรวมหีบและจัดเก็บอุปกรณ์ ซึ่งอาจดูไม่เป็นระเบียบ แต่ไม่ได้เป็นการทิ้งหรือทำลายเอกสารสำคัญแต่อย่างใด

นายครรชิต เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการนับคะแนนรวมทั้งสิ้น 113 เรื่อง ซึ่ง กกต. จะเร่งพิจารณาตามลำดับความสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ชุมนุมและแสดงความเห็นอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยืนยันว่า กกต. พร้อมรับฟังและตรวจสอบทุกข้อสงสัย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมมากที่สุด

ต่อมากลุ่มนักศึกษาและภาคประชาชน เดินทางมายังหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการนับคะแนนเลือกตั้ง โดย ได้เดินทางมายังพื้นที่การแถลงข่าวของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญออกจากห้องแถลงข่าว ของ กกต. เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเท่านั้น

หนึ่งในตัวแทนนักศึกษา เปิดเผยว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ ต้องการรับฟังการแถลงข่าวของ กกต. แต่รู้สึกผิดหวัง เนื่องจากเห็นว่าคำชี้แจงยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยของประชาชนได้ โดยเฉพาะประเด็นความโปร่งใสของกระบวนการนับคะแนน ซึ่งมองว่า สิ่งที่ กกต. ระบุว่าถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ประชาชนพบเห็นในทางปฏิบัติ

นักศึกษายังตั้งคำถามถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ถูกระบุว่าลดลง ทั้งที่ประชาชนจำนวนมากตั้งใจออกมาใช้สิทธิ พร้อมย้ำว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาอย่างโปร่งใส แม้ผู้สมัครที่ตนสนับสนุนจะแพ้ ก็พร้อมยอมรับได้ในฐานะหลักการประชาธิปไตย แต่หากกระบวนการขาดความโปร่งใส ก็ยากที่จะเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังสะท้อนความกังวลต่อปัญหาการทุจริตและการซื้อเสียง ซึ่งมองว่ายังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แม้จะมีหลักฐานปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ แต่กลับไม่เห็นการจัดการอย่างชัดเจนจาก กกต. พร้อมระบุว่า หากข้อเรียกร้องยังไม่ได้รับการตอบสนอง อาจมีการยกระดับการเคลื่อนไหวภายใต้กรอบกฎหมายต่อไป