กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ 30 คน ที่จะเดินทางไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลชั่วคราว ณ นครเมกกะห์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆ ทั้งแนวทางการปฏิบัติงาน การป้องกันการติดเชื้อและระบบการฆ่าเชื้อ ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ก่อนเดินทางไปให้การดูแลสุขภาพผู้แสวงบุญชาวไทยในการประกอบพิธีฮัจย์
วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.อนุรักษ์ สารภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ปฎิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการพัฒนาสุขภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ : พัฒนาศักยภาพบุคลากรและทีมเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการของสำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ปี2569 (ฮ.ศ.1447) เพื่อการดูแลสุขภาพผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์อย่างมีคุณภาพ มาตรฐานและมีความปลอดภัย โดยมี แพทย์ พยาบาลวิชาชีพ เภสัชกร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ผ่านการคัดเลือกให้ปฏิบัติราชการชั่วคราวที่สำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เข้าร่วมกว่า 70 คน
นพ.ศักดากล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดตั้งสำนักงานแพทย์กิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เพื่อดูแลสุขภาพของชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 70 ปี โดยในปี 2569 มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางไปประกอบพิธี 7,037 คน กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่จะต้องไปปฎิบัติหน้าที่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ เงื่อนไข ข้อกำหนดต่างๆ อาทิ แนวทางการปฏิบัติงาน การป้องกันการติดเชื้อและระบบการฆ่าเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย การปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน การใช้ระบบสารสนเทศ การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ ข้อตกลงการอยู่ร่วมกันของสำนักงานแพทย์เพื่อกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย
นพ.ศักดากล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมจะเดินทางไปปฎิบัติราชการที่ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย จำนวน 2 รอบ โดยประจำที่โรงพยาบาลชั่วคราว ขนาด 30 เตียง ณ นครเมกกะห์ ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก และออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามอาคารพำนัก กรณีที่เกินศักยภาพจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลของราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียที่ได้ทำสัญญาไว้ นอกจากนี้ ยังเปิดศูนย์ประสานงานประจำเมืองมาดีนะห์ เพื่อปฏิบัติงานภาคสนาม ช่วยให้ผู้ประกอบพิธีฮัจย์มีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการประกอบศาสนพิธี ให้การดูแลครอบคลุมทุกมิติที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ในการประกอบพิธีฮัจย์ปี 2568 ระหว่างวันที่ 8 พ.ค. – 4 ก.ค. มีผู้แสวงบุญเข้ารับการบริการทางการแพทย์ รวม 6,156 คน แบ่งเป็น ผู้ป่วยนอก 4,601 คน ผู้ป่วยใน 115 คน ส่งต่อรักษา 45 ราย เสียชีวิต 5 ราย โรคที่พบ 3 อันดับแรก คือ โรคทางเดินหายใจ หลอดลมอักเสบ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ส่วนโรคที่มีการส่งต่อเพื่อรักษา คือ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และการติดเชื้อ

