กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พันธุ์ใหม่ นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นางสาวนันทนา นันทวโรภาส นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายวีรยุทธ สร้อยทอง และนายนิพนธ์ เอกวานิช ร่วมกันแถลงขอบคุณประชาชนเกือบ 20 ล้านเสียง ที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่านี่ไม่ใช่ตัวเลขธรรมดา แต่คือการประกาศอย่างชัดเจนว่าประชาชนเห็นว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นของประเทศในตอนนี้ ถูกเชื่อมโยงจากรากเหง้าของปัญหาจากรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ตนเชื่อว่าหลังจากนี้ทางเดินคงไม่ง่าย เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ถูกออกแบบให้แก้ไขได้ยาก แต่ผลประชามติครั้งนี้เป็นการเปิดประตูบานเล็ก ๆ ที่ประชาชนช่วยกันแง้มประตูบานนี้ เพื่อนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า จะใช้ทุกกลไกในการติดตามตรวจสอบและผลักดันกระบวนการต่อไป เพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นโดยเร็วที่สุดและเป็นไปอย่างโปร่งใส รวมทั้งต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมามีส่วนร่วมให้มากที่สุดด้วย และขอสื่อสารไปยัง ว่าที่รัฐบาล ว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอยากให้มีเรื่องแนวทางจัดทำประชามติ โดยมีกรอบเวลาชัดเจน เพื่อประชาชน จะได้รู้ว่ากระบวนการการทำประชามติที่จะนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกดำเนินการอย่างแน่นอนและจะเสร็จสิ้นภายในเมื่อไหร่
“ขอย้ำอีกครั้งว่าการเดินทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่เรื่องของ 20 ล้านคน ที่ออกเสียงเห็นชอบเท่านั้น และไม่ใช่ว่าเราจะไม่ฟังเสียงของคนที่ไม่เห็นชอบอีกกว่า 10 ล้านเสียง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ต้องเกิดจากกระบวนการการมีส่วนร่วมของคนทั้งประเทศจริง ๆ ซึ่งการทำประชามติอีก 2 ครั้ง ประชาชนทั้งประเทศยังมีสิทธิตรงนี้อยู่ ดังนั้น ขอเชิญชวนให้ประชาชนสู้ต่อไปด้วยกัน ติดตามตรวจสอบและส่งเสียงอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ได้หยุดลงแค่ในวันเลือกตั้งเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเดินร่วมกันไปจนสุดทาง ขอขอบคุณจากหัวใจ”

ขณะที่นางสาวนันทนา กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี ที่เราจะเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ขั้นตอนต่อจากนี้ไปกระบวนการจะไปผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 256 ในรัฐสภา จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่บรรจุเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะดำเนินการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามขั้นตอน และเมื่อพิจารณาวาระการแก้ไขมาตรา 256 แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาวาระที่ 1-3 เมื่อได้วิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะเข้าสู่การทำประชามติครั้งที่ 2 เราเชื่อว่าฉันทามติของประชาชน 20 ล้านเสียงนี้ น่าจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว หวังว่าปี 2569 จะได้เห็นการทำประชามติครั้งที่ 2 เมื่อผ่านก็จะไปสู่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และลงประชามติในครั้งที่ 3
ทั้งนี้ กระบวนการที่จะเข้าสู่การทำประชามติ ครั้งที่ 2 ต้องผ่านกระบวนการของรัฐสภา ต้องผ่านการเห็นชอบของ สว. 1 ใน 3 คือ 67 เสียง ในฐานะ ตนเป็น สว. เสียงข้างน้อย ขอเรียกร้องไปยัง สว. เสียงข้างมาก ให้เห็นแก่ฉันทามติของประชาชน 20 ล้านเสียง ที่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะถือว่าเสียงมากกว่าการลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2559 จึงขอให้มาร่วมลงมติเห็นชอบกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวาระที่ 1-3 ไปด้วยกัน
ด้านนายเทวฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยได้เกือบ 200 เสียง หาก ที่มาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน หากใช้สูตร 20 หยิบ 1 พรรคภูมิใจไทยจะได้ 10 ที่นั่ง พรรคประชาชน ได้ 6 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยได้จำนวนหนึ่ง ขณะที่ สว. เสียงข้างมากประมาณ 160 คน จะได้ 8 ที่นั่ง แปลว่า สว. เสียงส่วนใหญ่และพรรคการเมืองที่มีอิทธิพลหรือสามารถที่จะสื่อสารโน้มน้าว สว. ได้ มีประมาณ 18 เสียง จาก 35 เสียงเป็นเสียงข้างมากไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือความกังวลหากใช้สูตรนี้อยู่ ดังนั้น กระบวนการเพื่อสรรหาผู้ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือเลือกตั้งทางอ้อมจะเหมาะสมที่สุด

