ตำรวจทางหลวง–ปส. สกัดแก๊งค้ายาส่งภาคใต้ รวบ 4 มดงาน ยึดยาบ้าเกือบล้านเม็ด

88

ตำรวจทางหลวง สนธิกำลังร่วม ตำรวจ ปส.
สกัดจับขบวนการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดส่งพื้นที่ภาคใต้ รวบ 4 มดงาน พร้อมยึดยาบ้าของกลาง รวมเกือบล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.,สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ บช.ปส. สกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพงศธร อายุ 31 ปี นายอานนท์ อายุ 30 ปี นายมานัส อายุ 34 ปี และ นายเจษฎา อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 5 กระสอบ จำนวนรวม 930,000 เม็ด รถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง โดยจับกุมทั้งหมดได้ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ไปส่งให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้รถยนต์รวม 4 คัน แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งรถนำทาง รถบรรทุก และรถคุ้มกัน จึงประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจทางหลวง กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางต่างๆที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางขนลำเลียง

ก่อนพบ รถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยคันหนึ่งขับผ่านมาด้วยท่าทีต้องสงสัยจึงส่งสัญญาณเรียกหยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องแหกด่านฝ่าจุดตรวจสกัด ก่อนจอดทิ้งรถไว้ริมถนนเพชรเกษม ใกล้โรงแรมนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตรวจสอบภายในรถไม่พบคนขับ พบเพียงเอกสารส่วนตัวของ นายพงศธร เมื่อเปิดตู้ทึบตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 5 กระสอบ รวม 930,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ด้านใน จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกระจายกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาและรถที่เหลือทันที

กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบเบาะแสว่า นายพงศธร คนขับรถกระบะคันดังกล่าว หลังทิ้งรถและยาบ้าของกลางไว้ที่ริมถนนแล้ว ได้มีเพื่อนร่วมขบวนการอีก 3 ราย ที่เหลือขับมารับตัวเพื่อพาหลบหนีออกจากพื้นที่ จ.ชุมพร ในทันที โดยใช้ถนนเพชรเกษมเป็นเส้นทางหลบหนี มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังดักสกัดจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ที่ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดังกล่าว

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรุบสารภาพว่าได้รับว่าจ้างจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางให้ขนยาบ้าดังกล่าวมาส่งให้กับเอเย่นต์ในพื้นที่ภาคใต้ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป