คำว่า “ถอดบทเรียน” คงใช้ไม่ได้กับ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดปัญหาสารพัดมากมาย ตั้งแต่การบริหารจัดการ การให้ข้อมูล ที่พบว่าหลายหน่วยไม่มีข้อมูลผู้สมัคร บางหน่วยมีการเปิดข้อมูลว่ามีให้คิวอาร์โค้ดดูข้อมูล แต่สแกนปุ๊บเป็นข้อมูลเก่า ปี 2566 เอามาใช้ไม่ได้ แถมจะสร้างความเสียหายด้วย!

พบว่าขนาดเลือกตั้งล่วงหน้ายังปัญหามากขนาดนี้ มีความวุ่นวายเต็มไปหมด แล้วเลือกตั้งจริงไม่หายนะหรือ? แต่แทนที่จะมีการขอโทษในความบกพร่องอย่างจริงใจ ในการทำงานที่พลาดผิด งบหลายพันล้าน ทำงานปีละไม่กี่หน ดูงานฉ่ำ แต่ทำเหมือนสมัครเล่น เราจ่ายค่าจ้างด้วยภาษีและใช้งบมหาศาลในการเลือกตั้ง และให้ท่าน “ทำหน้าที่กรรมการ” เพื่อสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม ตามสโลแกนของท่าน แต่ทำไมท่านทำตรงกันข้ามแทบทุกอย่าง!
แต่ความวุ่นยังไม่หาย มีอะไรมาแทรกอีก เมื่อท่านเลขาฯ ไปออกรายการสรยุทธ์คุยนอกจอ ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ แล้วยังมีหน้ามาบอกทำนองว่าถ้าไม่ใจกรรมการอย่างไปเลือกตั้ง โอ้มายก็อด นี่นึกว่าหูฝาด กรรมการห่วยเปลี่ยนกรรมการครับ ไม่ใช่เลิกเกม! นี่อนาคตประเทศ ไม่ใช่เด็กประถมเล่นหมากเก็บ ไม่พอใจไม่ให้มาจอย บางทีการออกไปของพวกคุณอาจจะทำให้เกมยุติธรรมขึ้นมาทันทีเลยก็ได้
การทำหน้าที่การทำงานของ กกต. ในปัจจุบันดูเหมือนไม่เป็นมืออาชีพ ขาดวุฒิภาวะในการสื่อสารกับประชาชน ทั้งที่ กกต. เป็นลูกจ้างของประชาชนที่กินเงินภาษี และมีหน้าที่บริหารงบประมาณหลายพันล้านบาทเพื่อจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าข่ายการนำเสนอแนะหรือชี้นำให้คนไม่ไปเลือกตั้ง อาจมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 73 ได้ คนในตำแหน่งสำคัญควรเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์และนำไปพัฒนา ไม่ใช่พูดจาท้าทายประชาชนเมื่อเกิดความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นจริยธรรมหน้าที่เบื้องต้นในการทำงาน
จนล่าสุดเกิดคำว่า “อย่ามาแหวง” ใช้ความหมายแทนเล่ห์ไม่น่าไว้ใจ เชื่อไม่ได้ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทำนองนี้ ถ้าคนไม่พร้อม เราควรเรียกร้องให้เขาเหล่านั้นลาออก เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ
อีกสิ่งหนึ่งที่เราทำได้พร้อมกันแน่ ๆ คือการแก้ไขที่ต้นเหตุ เนื่องจากที่มาขององค์กรอิสระที่ถูกคัดเลือกโดย สว. ซึ่งมักจะอยู่ภายใต้อำนาจของพรรคการเมืองบางกลุ่มบางสี ไม่มีความเป็นกลางตั้งแต่ตั้งไข่แล้วหรือไม่? ดังนั้นทำได้คือทำหมันตั้งแต่แรก ด้วยการไปเขียนกำกับขั้นตอนแต่งตั้งมิชอบ เกาหลังกันเอง สว. มีอำนาจล้นฟ้ามาเลือกคน ทั้งที่ตัวเองมีมลทิน ต้องแก้ที่รัฐธรรมนูญหรือไม่? แล้วเราดูคดีฮั้ว สว. ที่มีสารพัดปัญหา ถูกร้องเรียนแล้วยังค้างสารพัด ก็คาอยู่ที่ สว. ด้วยหรือไม่ พูดง่าย ๆ คนนึงคันหลัง คนนึงเกาหลัง สลับบทเอื้อประโยชน์กัน แล้วเราต้องทนกับ กกต. ชุดนี้ไปนานกว่า สว. ชุดนี้จะหมดอายุ กินไทม์ไลน์ทอดยาวไป ใครเห็นว่าเป็นปัญหาควรร่วมกันเรียกร้องแสดงออกทุกวิถีทาง อย่าทำให้เขารู้สึกว่าที่เขาทำไม่มีความผิด!
เพราะ กกต. มีหน้าที่สนับสนุนให้คนไปเลือกตั้งทุกวิถีทาง อำนวยความสะดวกให้มากที่สุด นี่จะลงเลือกตั้งล่วงหน้า ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ ระบบมีปัญหา ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ กระดาษพิมพ์ก็ผิด สแกนระบบก็เพี้ยน คนคุมก็บอกว่าไปเลือกตั้ง คดี สว. ก็ล่าช้า นี่คุณให้เด็กฝึกงานมาคุมบริษัท ให้เณรมาเป็นประธานสงฆ์หรืออย่างไร ทำหน้าที่ไม่ได้ ออกไปสถานเดียว อย่าให้เขาคิดว่าพวกคุณมีไว้ทำอะไร ไว้อำนวยหรือขัดขวางการเลือกตั้ง หากประชาชนไม่เข้าใจหรือสงสัย กกต. มีหน้าที่อธิบายและสร้างความกระจ่าง ไม่ใช่ท้าทายประชาชน ไม่พร้อมก็กลับบ้านพักผ่อนครับ เปลืองภาษี!


