เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการ สตม. และในฐานะรองผู้อำนวยการ ศปชก.สตม. นำทีมแถลงว่า เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มข้น
ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะผู้บริหารระดับสูง ศปชก.ตร. มุ่งสกัดกั้น ตรวจสอบ และจับกุมคนต่างด้าวที่หลบหนีคดี เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำความผิด สร้างความเสียหายต่อความสงบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ของประเทศผลการปฏิบัติการสำคัญ โดยมีตนเป็นหัวหน้าทีมนำการแถลง ร่วมกับผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนผลการทำงานเชิงรุกในการไล่ล่าอาชญากรต่างชาติอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยสถิติการจับกุมคนต่างด้าวที่มีหมายจับจากต่างประเทศ ในช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 รวมแล้วกว่า 125 ราย โดยเฉพาะผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในหลายรูปแบบ ทั้งคดีทรัพย์ คดีรุนแรง ยาเสพติด ฟอกเงิน และองค์กรอาชญากรรม
การจับกุมผู้ต้องหาชายสัญชาติอเมริกัน อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลสูงรัฐจอร์เจีย ในข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนาและอาชญากรรมร้ายแรงหลายกระทง หลังหลบหนีเข้ามาพักอาศัยในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ สตม. สืบสวนจนพบตัว ก่อนเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวไว้เพื่อรอส่งกลับไปดำเนินคดีในสหรัฐอเมริกา
อีกคดีสะเทือนวงการ คือการจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติมัลดีฟส์ อายุ 38 ปี ตามหมายแดงองค์การตำรวจสากล (Interpol Red Notice) ในคดีช่วยเหลือและสนับสนุนการฟอกเงิน จากกรณียักยอกเงินสนับสนุนจากองค์กรฟุตบอลระดับโลก ก่อนหลบหนีเข้ามาพักอาศัยในโรงแรมย่านกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ สตม. เข้าควบคุมตัวได้สำเร็จ เตรียมผลักดันกลับประเทศต้นทาง
นอกจากนี้ สตม. ยังจับกุมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 ราย ซึ่งหลบหนีคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา และอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) หลังการประสานความร่วมมือจากทางการเวียดนาม โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไทย และเตรียมส่งกลับไปดำเนินคดีในประเทศต้นทาง
ปิดท้ายด้วยการสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ใช้รถกระบะตู้ทึบดัดแปลง ซุกแรงงานเมียนมากว่า 51 คน บนเส้นทางกาญจนบุรี–ภาคใน ผู้ต้องหายอมรับรับค่าหัวเป็นรายคน ตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักหกหมื่นบาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก พร้อมขยายผลล่าทั้งเครือข่าย
สตม. ย้ำ ไม่ใช่แค่จับ แต่ต้องป้องกัน พล.ต.ต.พันธนะ ย้ำว่า สตม. จะเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ควบคู่การคัดกรอง เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้ม

