นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบจ้อเท็จจริงลานฮอกกี้น้ำแข็ง Thailand International Ice Hockey Arena (TIIHA) ย่านพระราม 9 กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนว่าสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย อาจมีการใช้งบประมาณของหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะประเด็นการตั้งเบิกค่าเช่าสนามฝึกซ้อมสูงเกินกว่าค่าใช้จ่ายจริง

วันนี้ (4 ก.พ.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ลานฮอกกี้น้ำแข็ง ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีน่า “Thailand International Ice Hockey Arena” ภายในซอยพระราม 9 / 19 ซึ่งเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันซีเกมส์ และเป็นสถานที่ฝึกซ้อม เพื่อลงทำการแข่งขันในทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ เช่น กีฬาเอเชียนเกมส์ ฤดูหนาว เป็นต้น นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้นำเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีสมาคมกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งแห่งประเทศไทย ตั้งเบิกงบเช่าสนามสูงเกินกว่าค่าใช้จ่ายจริง โดยทางลานได้ตกลงราคา อัตราค่าบริการกับทางสมาคมฯ อยู่ที่ 13,000 บาท/ครั้ง เวลาการฝึกซ้อมแต่ละครั้งอยู่ระหว่าง 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่หลังจากการแข่งขันซีเกมส์จบลง ผู้บริหารได้ตรวจสอบเอกสาร เพื่อจัดทำงบการเงินรายปี พบว่ามีการออกเอกสารแจ้งหนี้ให้กับทางสมาคมฯ เพื่อที่สมาคมฯนำไปใช้เบิกเงินจากทางการกีฬาแห่งประเทศไทย เกินความจริงสูงมาก โดยทางสมาคมฯได้มีการเบิกเงินค่าเช่าลานโดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 700,000 บาท เกินกว่าค่าเช่าตามการใช้งานจริง ซึ่งตกอยู่เดือนละประมาณ 200,000 – 300,000 บาท นอกจากนี้ยังจ่ายเงินค่าเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาทีมชาติน้อยกว่าที่นำไปเบิกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมทั้งการเบิกจ่ายค่าจ้างผู้ฝึกสอนชาวต่างชาติรวมถึงที่พักสำหรับผู้ฝึกสอน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการว่าจ้างแต่อย่างใด

โดยนายภูมิวิศาล กล่าวว่าการลงพื้นที่วันนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่มีการร้องเรียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดย ป.ป.ท. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้ทันตามกรอบระยะเวลาของกฏหมาย
นอกจากนี้ จะมีการพูดคุยรายละเอียดกับตัวแทนนักกีฬาจำนวนหนึ่ง พร้อมยืนยันว่ามีมาตรการคุ้มครองพยานที่เข้าให้ข้อมูล หากนักกีฬาไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องงบประมาณต่างๆ ก็สามารถร้องเรียนได้ โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
ด้านนายจุมพล ครุศักดาพงศ์ เจ้าของลานไอซ์ฮ็อกกี้ บอกว่า ตนทำสนามไอซ์ฮ็อกกี้ เพื่อสนับสนุนกีฬาที่บุตรชายของตนเล่น และต้องการพัฒนาวงการกีฬาให้มีมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาตนให้การสนับสนุนสมาคมฯมาโดยตลอด ทั้งการออกค่าใช้จ่ายให้กับทางสมาคมถึงเกือบ 8 หลัก ในห้วงระยะเวลา 3 ปี ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเช่าลานฮอกกี้และค่าที่พักสำหรับนักกีฬาเมื่อมีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่างๆ รวมทั้งลดราคาค่าเช่าสนามมากกว่า 50% และเปิดให้ทีมชาติฝึกซ้อมฟรีในช่วงเริ่มต้น เพื่อให้ทางสมาคมสามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้
ซึ่งตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมาตนต้องอดทนกับปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งการดูแลนักกีฬาที่ไม่เหมาะสม อาทิ สวัสดิการต่างๆ การเบิกค่ารักษาพยาบาล ปัญหาอุปกรณ์หรือชุดกีฬาไม่เพียงพอ เป็นต้น แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจร้องเรียนต่อ ป.ป.ท. คือ ทางสมาคมให้เจ้าหน้าที่ลานฮ้อกกี้ออกเอกสารค่าเช่าลานสูงเกินความเป็นจริง จากที่ตกลงกันว่าจะคิดค่าเช่าประมาณ 13,000 บาทต่อครั้ง ฝึกซ้อมเฉลี่ยครั้งละไม่เกิน 6 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท แต่ทางสมาคมให้เจ้าหน้าที่ลานฮ็อกกี้ออกเอกสารแจ้งหนี้และใบเสร็จ 700,000 บาท ตนจึงตัดสินใจร้องเรียน เพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับการออกเอกสารดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าการที่ตนออกมาร้องเรียนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเหตุผลส่วนตัว หรือความไม่พอใจที่ลูกชายไม่ได้ลงแข่งขันทีมชาติในทีมหลักแต่อย่างใด
สำหรับลานฮ็อกกี้น้ำแข็งดังกล่าว เป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันซีเกมส์ และเป็นสถานที่ฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับลงทำการแข่งขันในทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ อาทิ กีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว เป็นต้น

