รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย การฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ ในกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในวาระสตมวาร (100 วัน) มีบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับเข้าร่วมฝึกอบรมถึง 108,639 คน เกินกว่าเป้าหมาย 93,000 คน เดินหน้าฝึกอบรมต่อเนื่องให้ครบ 193,000 คน ภายใน 24 ตุลาคม 2569 ตามเป้าหมาย 1 ปี แห่งการสวรรคต

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2569) นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศจัดฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ (CPR) ให้กับบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อเสริมทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชนที่เกิดภาวะวิกฤตได้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึง 24 ตุลาคม 2569 มีเป้าหมาย 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วาระครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต (31 มกราคม 2569) จำนวน 93,000 คน และครบ 1 ปี แห่งการสวรรคต (24 ตุลาคม 2569) จำนวน 193,000 คน ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั่วประเทศรวมทั้งหมด 108,639 คน คิดเป็น 116.33% ของเป้าหมายช่วง 100 วัน แห่งการสวรรคต และคิดเป็น 56.28% ของเป้าหมายตลอด 1 ปี โดย 5 เขตสุขภาพที่มีผู้เข้ารับฝึกอบรมสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 15,188 คน เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 13,553 คน เขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 12,099 คน เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 12,017 คน และเขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 9,998 คน

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับการฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ (CPR) ในกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี จะจัดฝึกอบรมครอบคลุมบุคลากรทั้งด้านสนับสนุน (Back Office) และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยเน้นเทคนิคการช่วยชีวิตเบื้องต้นที่ถูกต้อง เหมาะสม สามารถปฏิบัติได้จริง บริหารจัดการการฝึกอบรมร่วมกับโรงพยาบาลทุกระดับ มีทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ อาทิ การตรวจสัญญาณชีพและร่างกาย การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) การปฐมพยาบาล 8 กรณี คือ ผู้บาดเจ็บที่มีบาดแผล/กระดูกหัก, ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ/โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ผู้บาดเจ็บถูกของมีคมทิ่มแทง, ผู้บาดเจ็บถูกกระแสไฟฟ้าดูด, ผู้บาดเจ็บจมน้ำ, ผู้บาดเจ็บถูกสัตว์มีพิษกัด, ผู้บาดเจ็บมีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ และโรคที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ภาวะเส้นเลือดสมองแตก หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้นอกจากเพื่อเป็นการถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังถือเป็นภารกิจสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุข ลดการสูญเสีย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของประชาชนในภาวะฉุกเฉินทุกสถานการณ์

