สธ. อบรมปฐมพยาบาลและCPR “รวมพลังแห่งความภักดี” รวมกว่า 1 แสนคน ทะลุเป้าหมาย 100 วัน เดินหน้าสู่ 1.93 แสนคน ภายใน 24 ต.ค. นี้

96

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย การฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ ในกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ในวาระสตมวาร (100 วัน) มีบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับเข้าร่วมฝึกอบรมถึง 108,639 คน เกินกว่าเป้าหมาย 93,000 คน เดินหน้าฝึกอบรมต่อเนื่องให้ครบ 193,000 คน ภายใน 24 ตุลาคม 2569 ตามเป้าหมาย 1 ปี แห่งการสวรรคต

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2569) นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศจัดฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ (CPR) ให้กับบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ เพื่อเสริมทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชนที่เกิดภาวะวิกฤตได้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จนถึง 24 ตุลาคม 2569 มีเป้าหมาย 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วาระครบ 100 วัน แห่งการสวรรคต (31 มกราคม 2569) จำนวน 93,000 คน และครบ 1 ปี แห่งการสวรรคต (24 ตุลาคม 2569) จำนวน 193,000 คน ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั่วประเทศรวมทั้งหมด 108,639 คน คิดเป็น 116.33% ของเป้าหมายช่วง 100 วัน แห่งการสวรรคต และคิดเป็น 56.28% ของเป้าหมายตลอด 1 ปี โดย 5 เขตสุขภาพที่มีผู้เข้ารับฝึกอบรมสูงสุด ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 15,188 คน เขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 13,553 คน เขตสุขภาพที่ 10 จำนวน 12,099 คน เขตสุขภาพที่ 9 จำนวน 12,017 คน และเขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 9,998 คน

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อว่า สำหรับการฝึกอบรมปฐมพยาบาลและฟื้นคืนชีพ (CPR) ในกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี จะจัดฝึกอบรมครอบคลุมบุคลากรทั้งด้านสนับสนุน (Back Office) และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยเน้นเทคนิคการช่วยชีวิตเบื้องต้นที่ถูกต้อง เหมาะสม สามารถปฏิบัติได้จริง บริหารจัดการการฝึกอบรมร่วมกับโรงพยาบาลทุกระดับ มีทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ อาทิ การตรวจสัญญาณชีพและร่างกาย การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) การปฐมพยาบาล 8 กรณี คือ ผู้บาดเจ็บที่มีบาดแผล/กระดูกหัก, ผู้ป่วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ/โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ผู้บาดเจ็บถูกของมีคมทิ่มแทง, ผู้บาดเจ็บถูกกระแสไฟฟ้าดูด, ผู้บาดเจ็บจมน้ำ, ผู้บาดเจ็บถูกสัตว์มีพิษกัด, ผู้บาดเจ็บมีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ และโรคที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น ภาวะเส้นเลือดสมองแตก หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมนี้นอกจากเพื่อเป็นการถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังถือเป็นภารกิจสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุข ลดการสูญเสีย และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของประชาชนในภาวะฉุกเฉินทุกสถานการณ์