ลากคอโจรต่างด้าว! สืบหัวหมากทลายขบวนการลักตัดสายไฟ–คอยล์แอร์ ตระเวนขึ้นบ้านร้างกลางดึก ชาวบ้านผวาโดนซ้ำไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง

81

ปฏิบัติการเด็ดขาดของฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เดินหน้ากวาดล้างโจรลักตัดสายไฟและขโมยคอยล์ทองแดงจากเครื่องปรับอากาศ หลังสร้างความเสียหายหนักให้ชุมชนในพื้นที่ย่านสวนหลวง–หัวหมาก ก่อเหตุซ้ำซากกลางดึก เลือกบ้านและอาคารพาณิชย์ที่ไม่มีคนอยู่เป็นเป้าหมาย ทำให้ประชาชนต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ
พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับการ สน.หัวหมาก
พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รองผู้กำกับการสืบสวน สน.หัวหมาก

โดยสั่งการให้ชุดสืบสวน สน.หัวหมาก นำโดย
ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ ยานุพรม รองสารวัตรสืบสวน
ร.ต.ท.ยุทธนา แหวนนิล
ร.ต.ต.กิตติศักดิ์ ทาสีทอง รองสารวัตร (สืบสวน)
ด.ต.สิทธิชัย ทองสินสร
ด.ต.พัฒน์พล มะลิพันธ์
จ.ส.ต.นราวิชญ์ ยอดวีระพงศ์
ส.ต.อ.ทศพล สุภาวงศ์
ส.ต.ท.ภัทรวัจน์ พรมวงศ์
และ ส.ต.ท.ณัฐนันท์ ชุ่มมั่น
ผบ.หมู่ ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก

เข้าจับกุม นาย MYAT THU อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา ได้ภายในห้องเช่าเลขที่ 108 หอพักไม่มีชื่อ ซอยศรีนครินทร์ 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร​พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร”

คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนของ นางปรีดาพร สมประเสริฐ อายุ 64 ปี ซึ่งเข้าแจ้งความว่า บ้านพักในซอยเสรี 7 แขวงสวนหลวง ถูกคนร้ายลักตัดสายไฟฟ้าที่ฝังอยู่ใต้ดิน ทำให้ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ก่อนจะถูกก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง ด้วยการทุบกระจกและลักทรัพย์กลางดึก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569

หลังรับแจ้ง ฝ่ายสืบสวนเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไล่เส้นทางคนร้าย และลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึก จนกระทั่งทราบแหล่งพักอาศัยของผู้ต้องสงสัย ก่อนเข้าปิดล้อมตรวจค้น

เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ นาย MYAT THU แสดงอาการพิรุธอย่างชัดเจน จึงขอเข้าตรวจค้นโดยความยินยอม พบทรัพย์สินจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก ทั้งกระเป๋าผ้าธนาคาร ชุดว่ายน้ำ และหมอน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการลักทรัพย์

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทรัพย์จริงในช่วงกลางดึก และยังยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ได้ตระเวนลักตัดสายไฟและคอยล์ทองแดงจากเครื่องปรับอากาศในบ้านและอาคารพาณิชย์ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยมาแล้วหลายครั้ง เพื่อนำไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่ซอยพระรามเก้า 59 หลังโรงพยาบาลสมิติเวช

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุเพิ่มเติม อาทิ คีมตัดสายไฟ คีมปากแหลม คีมตัดลวด คีมล็อก กล่องบรรจุสายไฟ สายทองแดง รวมถึงเสื้อผ้าและรองเท้าที่ใช้ขณะก่อเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบประกอบสำนวนคดี

ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า การก่อเหตุของผู้ต้องหารายนี้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4–5 ครั้ง ความเสียหายไม่ได้มีเพียงทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงระบบไฟฟ้าและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลล่าตัวเครือข่ายรับซื้อของโจร และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นอย่างถึงที่สุด