“ศุภิกา” ย้ำ DNA รทสช. ชนทุกปัญหา พลิกโฉมขอนแก่นเมืองเศรษฐกิจ ชูสโลแกน “ฟ้าสะท้าน” มุ่งมั่นทำงานเพื่อคนไทยทุกคน

162

ขอนแก่น, วันที่ 2 กุมภาพันธ์ – นางสาวศุภิกา ศุภรมย์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดขอนแก่น เขต 1 เบอร์ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวระหว่างการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ว่า จากการพูดคุยกับพี่น้องประชาชน พบว่าปัญหาในอำเภอเมืองขอนแก่นมีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข ทั้งเศรษฐกิจปากท้อง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น การขาดแคลนอาชีพและรายได้ในเขตเมือง หนี้สินของเกษตรกรที่สะสมยาวนานจนถูกยึดที่ดินทำกิน และการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาเมืองไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตอื่น ๆ อาทิ ระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ครอบคลุม ทำให้ประชาชนต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวจนเกิดปัญหาการจราจร ปัญหายาเสพติดในชุมชน ปัญหาข้อพิพาทด้านที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมทางรถไฟที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินของหน่วยงานรัฐ ซึ่งได้นำปัญหาทั้งหมดมาจัดทำเป็นนโยบายระดับพื้นที่ โดยจะเร่งผลักดัน 4 ปัญหาใหญ่ ได้แก่ เศรษฐกิจ การขาดแคลนอาชีพและรายได้ หนี้สินของเกษตรกร และการกระจายอำนาจ ให้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการทันที

“ดิฉันใช้สโลแกน ‘ฟ้าสะท้าน’ เพื่อสะท้อนความตั้งใจจริงในการทำงาน พร้อมสู้ทุกปัญหาเพื่อประชาชน โดยเสนอ 2 นโยบายหลักในพื้นที่ นโยบายแรกคือ ‘อยู่ดีมีแฮง’ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข และพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ส่วนนโยบาย ‘เมืองบ้านเฮา’ จะเน้นการสร้างอุตสาหกรรม New S-Curve ควบคู่กับการพัฒนาภาคการเกษตร เพื่อดึงคนขอนแก่นกลับมามีงาน มีรายได้ในจังหวัด และสร้างขอนแก่นให้เป็นเมืองแห่งเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ผู้สมัคร สส.ขอนแก่นเขต 1 เบอร์ 6 กล่าว

นางสาวศุภิกา ยังระบุอีกว่า ระหว่างการพบปะประชาชน ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานและ DNA ของพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และความตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี พร้อมทั้งสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นคนรุ่นใหม่ที่พร้อมทำงานอย่างจริงจัง เพื่อขอโอกาสเข้ามาพัฒนาเมืองขอนแก่นให้ก้าวหน้า และน่าอยู่มากยิ่งขึ้น สำหรับช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจะเน้นการเข้าถึงประชาชนในเขตชุมชน ตลาด และย่านเศรษฐกิจ ผ่านการปราศรัยบนรถหาเสียงควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสื่อสารนโยบายของตน และพรรคให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงมากที่สุด