เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายการหลอกลวงออนไลน์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเข้าจับกุม และช่วยเหลือผู้เสียหาย ระหว่างวันที่ 25 – 31 ม.ค. 2569 โดยพบว่ามีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวนทั้งสิ้น 7,550 คดี ความเสียหายรวม 541,362,327 บาท หรือประมาณ 77.33 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงวันที่ 18 – 24 ม.ค. 2569 จำนวน 372 คดี และพบมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 84,733,896 บาท

จากข้อมูลพบจำนวนคดีเพิ่มขึ้นเพียง 5.18% (จาก 7,178 เป็น 7,550 คดี) แต่กลับพบว่ามูลค่าความเสียหายพุ่งสูงถึง 18.56% (จาก 456.6 ล้านบาท เป็น 541.3 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักเร่งก่อเหตุในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน คาดว่าเป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการใช้เงินสูง จากการได้รับเงินเดือน จึงตัดสินใจลงทุนหรือหางานเสริมได้ง่ายขึ้น
สำหรับประเภทคดีที่มีการแจ้งเข้ามามากที่สุด อันดับ 1 คือหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ คิดเป็น 69.1% อันดับ 2 คือ หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ และอันดับ 3 คือ การข่มขู่ทางโทรศัพท์
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเชิงมูลค่าความเสียหาย พบว่าอันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยอันดับ 1 กลายเป็นการหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ ซึ่งแสดวให้เห็นว่าคนร้ายนำความต้องการหารายได้เสริมของประชาชนมาเป็นจุดอ่อนสำคัญ แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่กลับสร้างความเสียหายสูงสุด เนื่องจากเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินจำนวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2 เป็นคดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ และอันดับ 3 เป็นการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
ดังนั้น ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงในรูปแบบ “หลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ” ซึ่งมักมาในลักษณะชักชวนทำงานออนไลน์ อ้างว่าเป็นภารกิจง่าย ได้ผลตอบแทนสูง โดยเริ่มจากให้โอนเงินเพียงหลักสิบหรือหลักร้อยเพื่อเปิดระบบสมาชิก จากนั้นจะให้โอนเงินเพิ่มเพื่อทำภารกิจแลกกับค่าคอมมิชชั่น ช่วงแรก ๆ สามารถถอนเงินออกมาได้จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและล่อลวงให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะชักจูงให้โอนเงินในจำนวนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินทั้งหมด มิจฉาชีพจะอ้างว่าผิดเงื่อนไข สุดท้ายจะบล็อกการติดต่อ ส่วนผู้เสียหายรู้ตัวอีกครั้งก็สูญเงินไปจนเกือบหมดตัว
นอกจากนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC รับแจ้งและเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างทันท่วงที รวมทั้งสิ้น 17 เคส สามารถช่วยเหลือและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายได้จำนวน 34 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,872,800 บาท และจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คดี
สำหรับคดีที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง คือ รายที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน สภ.คันนายาว เข้าช่วยเหลือหญิงวัย 45 ปี ขณะกำลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า หลังถูกหลอกให้สมัครสมาชิกและโอนเงินทำกิจกรรมเพื่อรับค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ รวมความเสียหายกว่า 718,750 บาท
ต่อมาตำรวจ สภ.สงขลา สามารถจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นบัญชีม้าได้ พร้อมตรวจยึดหลักฐานและพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน รายที่ 2 เป็นชายวัย 68 ปี ถูกหลอกลงทุนหลังสั่งซื้อหนังสือการลงทุนออนไลน์ ก่อนถูกชักชวนให้ทำกิจกรรมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ความเสียหายรวม 428,880 บาท และรายที่ 3 เป็นหญิงวัย 53 ปี ถูกหลอกเกี่ยวกับพัสดุและการคุ้มครองเงินฝาก จนถูกดูดเงินออกจากบัญชี รวมความเสียหาย 202,586 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

