ศึกแตกหักสายสีกากี! “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” ใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย ฟ้องอดีตลูกน้องคนใกล้ชิด “พ.ต.ท.คริษฐ์” ฐานแจ้งความเท็จ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ด้านศาลอาญารับคำฟ้อง นัดไต่สวนมูลฟ้องเมษายน พร้อมขยับเกมรุก เตรียมยื่นเอกสารคดีสินบนทอง 200 ชุด ถึงวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจาก พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้ายื่นฟ้อง พันตำรวจโทคริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิท ต่อศาล ในความผิดฐาน แจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา
การฟ้องร้องดังกล่าว สืบเนื่องจากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ เข้าแจ้งความกล่าวหาว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย ซึ่งฝ่ายอดีตรอง ผบ.ตร. เห็นว่าเป็นการกล่าวอันเป็นเท็จ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และความเชื่อถือในสังคม จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเอง
นายสัญญาภัชระ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ไว้ที่กองบังคับการปราบปรามแล้ว โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้ มีเป้าหมายเพื่อนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยตรงและรวดเร็ว
“จากเหตุการณ์นี้ ต้องมีใครคนหนึ่งพูดไม่จริง จึงต้องนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดมาพิสูจน์กันในชั้นศาล” ทนายความกล่าว
ทั้งนี้ ศาลอาญาได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.308/2569 และนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.
นอกจากนี้ ทีมกฎหมายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีการเผยแพร่ข้อมูลหรือพยานหลักฐานทางเวชระเบียนของแพทย์ผ่านสื่อ ซึ่งอาจเข้าข่ายทำให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยคาดว่าจะดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า
ส่วนกรณีกระแสข่าวว่า อดีตลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มากกว่า 10 นาย เตรียมแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาต่างๆ นั้น ทนายความระบุว่า หากมีพยานหลักฐานก็สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่หากเป็นการกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือหลงเชื่อบุคคลใด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็พร้อมใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองเช่นกัน
ท้ายที่สุด นายสัญญาภัชระ เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ได้เตรียมเอกสารจำนวนกว่า 200 ชุด เพื่อส่งมอบให้แก่ประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาทุกคน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยว่าจะรับสำนวนคดีสินบนทอง ที่พนักงานสอบสวนเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป

