วันที่ 1 ก.พ.69 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ลงพื้นที่ เทศบาลตำบลป่าก่อดำ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เพื่อศึกษาดูงาน ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ Smart City โดยมีนางอรพรรณ นบนอบ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลป่าก่อดำ และ น.ส.สุกัญญา มาลี หัวหน้ามูลนิธิสยามเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จ.เชียงราย ร่วมบรรยายสรุปการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะเทศบาลตำบลป่าก่อดำ
สำหรับ ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ Smart City ได้รับสนับสนุนด้านองค์ความรู้ จากมูลนิธิสยามเพื่อการพัฒาอย่างยั่งยืน โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำ 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามการรับแจ้งเหตุจากประชาชน มีระบบนาฬิกา Smart Watch ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ นอกจากงานด้านสาธารณะสุข ยังมีระบบการศึกษา ระบบ E-learning จะมีการบันทึกวีดีโอ ใส่หลักสูตรในเว็บไซต์ ให้นักเรียนตั้งแต่ม.1-ม.3 ได้เข้าไปดูหลักสูตร ได้ด้วย และมีระบบ Van Smart School รถรับส่งนักเรียน 8 คัน รถตู้ต้องกดบันทึกภาพรับนักเรียน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน และมีระบบตรวจสอบว่าคนขับรถตู้ หากพบจะมีการแจ้งเตือนระบบในห้องนี้ และระบบสแกนใบหน้า ติดตามสุขภาพของเด็กนักเรียน เพื่อเข้าระบบในการส่งต่อ และเทศบาลมีระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และระบบ Promiss Me เป็นระบบการมอบหมายงาน ว่ามีงานเข้ามาทำงานให้สำเร็จ เพื่อวัดผลว่าทำได้ตามระยะเวลาที่ได้รับมอบหมาย และมีระบบคำร้องที่ประชาชนสามารถส่งคำร้องทางออนไลน์ เข้ามาแจ้งยังเทศบาลโดยไม่ต้องเดินทางมาที่เทศบาล รวมถึงระบบโทรมาตรวัดน้ำ ถ้าระดับน้ำสูง จะแจ้ง SOS มาที่ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ
นายกัณวีร์ ชื่นชม ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ Smart City เทศบาลตำบลป่าก่อดำ ว่า เป็นเพียงเทศบาลเล็กๆ สามารถนำระบบ Smart City มาใช้ทำงานในชุมชน ในท้องถิ่น ซึ่งนายเมธี พรหมเสน ที่เป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 5 พรรคพลวัต ผลักดันเรื่องนี้กับทางมูลนิธิสยามเพื่อการพัฒาอย่างยั่งยืนมาตลอด เราจึงจะนำแนวคิดวิธีการนี้มาเป็นนโยบายในการพัฒนาเมือง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฐานราก ที่สำคัญต้องมีการกระจายอำาจไปถึงท้องถิ่นได้จริง พรรคพลวัต มีนโยบายจังหวัดจัดการตนเอง ให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และกระจายอำนาจไปถึงท้องถิ่นได้จริง เช่นให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วนตำบลมาอยู่ในการดูแลของเทศบาล อบต.จากที่ไปอยู่กับ อบจ.แล้วยังไม่ประสบผลสำเร็จ
“ผมก็ขอยก เมืองอัจฉริยะของบ้านป่าก่อดำ เป็นโมเดลสำหรับเมืองอัจฉริยะ ที่สามารถทำได้อีกหลายๆอำเภอ จะเกิดประโยชน์มาก ทั้งการลดเอกสาร การติดตามปัญหาของคนไทยที่เชียงราย รวมถึงการจัดการน้ำท่วม และสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก สาย รวกและโขง กลายเป็นมลพิษข้ามพรมแดนไปแล้ว” นายกัณวีร์ กล่าวย้ำ

