ปิดร้าน 1 วัน ตรวจหลักฐานเพิ่ม คดีโจรบุกเดี่ยวจี้ร้านทองห้างดังสุขุมวิท 50 เสียหายกว่า 10 ล้าน

73

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างโลตัส สาขาสุขุมวิท 50 ก่อนหลบหนีไป พร้อมทองคำน้ำหนักประมาณ 149 บาท และเงินสดราว 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าร้านทองดังกล่าวยังคงปิดให้บริการชั่วคราว

บรรยากาศบริเวณร้านทองที่เกิดเหตุในวันนี้ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงซักถามข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยภายหลังการตรวจสอบ ร้านทองดังกล่าวจะปิดให้บริการเป็นเวลา 1 วัน

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางสาวแป๋ว ผู้จัดการเขตร้านทองดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุได้รีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุทันที และสอบถามรายละเอียดจากพนักงานภายในร้าน เบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่พนักงานกำลังเก็บทรัพย์สินเข้าตู้เซฟ

โดยปกติร้านจะปิดให้บริการประมาณเวลา 20.00 น. แต่คืนเกิดเหตุมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้ร้านปิดช้ากว่าปกติ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะอาศัยจังหวะดังกล่าว มุดประตูหน้าร้านเข้ามาก่อเหตุ ซึ่งประตูเป็นระบบรีโมทอัตโนมัติ

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีพนักงานอยู่ภายในร้านทั้งหมด 4 คน เป็นพนักงานหญิงทั้งหมด จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาจากทางฝั่งห้องน้ำ ก่อนจะหยุดอยู่บริเวณหน้าร้านเพียงครู่เดียว แล้วมุดเข้าไปภายในร้านทันที

สำหรับประเด็นการวางแผนก่อเหตุ นางสาวแป๋ว ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม จากลักษณะการแต่งกายและอุปกรณ์ที่ใช้ เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีการเตรียมการมาก่อน เนื่องจากสวมหมวก เสื้อแขนยาว ถุงมือ และพกพาอาวุธปืนมาด้วย เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายได้ทองรูปพรรณไปประมาณ 140 กว่าบาท ซึ่งเป็นทองรูปพรรณทั้งหมด

ด้าน นางสาวโอ๋ อายุ 53 ปี พนักงานของร้าน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า โดยปกติจะปิดร้านเวลาประมาณ 20.00 น. แต่คืนดังกล่าวมีลูกค้าจำนวนมาก จึงต้องปิดร้านดึกกว่าปกติ และหลังจากปิดร้านแล้วยังต้องเคลียร์บัญชีและตรวจนับสต๊อกสินค้า

กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ระหว่างที่พนักงานกำลังเก็บร้าน โดยมีพนักงาน 2 คนอยู่บริเวณหน้าตู้โชว์ ส่วนตนและพนักงานอีก 1 คนอยู่ด้านในเพื่อเก็บทองเข้าตู้เซฟ ได้มีคนร้ายมุดเข้ามาภายในร้าน และบังคับให้พนักงานนำทองใส่ถุง

นางสาวโอ๋ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุ ตนไม่ได้ยินเสียงพูดของคนร้าย เนื่องจากอยู่บริเวณหน้าตู้เซฟ จนกระทั่งเห็นพนักงานอีกคนวิ่งเข้ามาด้านในร้าน จึงรู้ว่ามีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น และทราบภายหลังว่าเป็นเหตุชิงทรัพย์ ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาดึก ร้านค้าในบริเวณดังกล่าวปิดให้บริการเกือบทั้งหมด เหลือเพียงร้านทองแห่งนี้เพียงร้านเดียว