หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพ รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวกิมจิหลอกเพื่อนร่วมชาติ

ตำรวจท่องเที่ยวกรุงเทพ รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ชาวกิมจิหลอกเพื่อนร่วมชาติ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ รอง ผบช.ทท. ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งรัด สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามากระทำผิดในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.วีระวิทธ์ ผลประสิทธิ์ รอง ผบก.ทท.1, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผกก.1 บก.ทท.1

ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ภูมิ มั่นเมือง สว.กก.1 บก.ทท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ดำเนินการสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย โดยจากการสืบสวนและประสานข้อมูลกับ สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย พบว่า มีกลุ่ม ชาวเกาหลีใต้และชาวจีน เช่าบ้านเดี่ยวราคาแพงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อชาวเกาหลีใต้ โดยอ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่ศาลและอัยการของเกาหลีใต้ หลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีความได้ และมีชายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ


ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติ หมายค้นศาลอาญาพระโขนง เข้าตรวจค้น บ้านพักหรูย่านแขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้นพบ ชายชาวเกาหลี จำนวน 5 คน และ ชายชาวจีน จำนวน 1 คน ภายในบ้านพบโทรศัพท์จำนวนมาก และมีการจัดพื้นที่ลักษณะคล้ายศูนย์ปฏิบัติการ โดยพบ โต๊ะทำงาน 12 โต๊ะ ซึ่งแต่ละโต๊ะมีอุปกรณ์หูฟัง เอกสารสคริปต์การสนทนาเป็นภาษาเกาหลี รวมถึงข้อมูลและหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อชาวเกาหลี และพบ โทรศัพท์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IP PHONE/VOIP) ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้น ได้แก่

1.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.ร่วมกันทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต อันเป็นความผิดตาม มาตรา 6 ประกอบมาตรา 23 พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498

3.ร่วมกันนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร อันเป็นความผิดตาม มาตรา 242 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์ IP-PHONE รวม 26 เครื่อง ได้แก่ ยี่ห้อ Fanvil รุ่น X303W สีดำ จำนวน 10 เครื่อง ยี่ห้อ E302 สีดำ จำนวน 16 เครื่อง

จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ประสานงานกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและผลักดันกลับประเทศตามขั้นตอนต่อไป

    ทั้งนี้ จากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีประจำประเทศไทย ทราบว่า มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหาย ไม่ต่ำกว่า 2,300 ล้านวอน หรือประมาณกว่า 50 ล้านบาท โดย บช.ทท. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

      RELATED ARTICLES
      - Advertisment -spot_img
      - Advertisment -spot_img
      - Advertisment -spot_img