เปิดโลก “กะเรกะร่อนนิล” กล้วยไม้ดินหายาก เสน่ห์ป่าดิบแล้งแห่งอีสาน–ตะวันออก

182

พาไปรู้จัก “กะเรกะร่อนนิล” หรือจุหลัน กล้วยไม้ดินที่ซ่อนความงามอย่างเงียบงันในผืนป่าดิบแล้ง ดอกเล็กแต่เปี่ยมรายละเอียด สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และคุณค่าการอนุรักษ์พืชพื้นถิ่นไทย

ท่ามกลางผืนป่าดิบแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย มีพืชกลุ่มหนึ่งที่ไม่อวดโฉมฉูดฉาด แต่กลับซ่อนเสน่ห์ไว้ในรายละเอียดอันประณีต นั่นคือ “กะเรกะร่อนนิล” หรือที่รู้จักในชื่อ “จุหลัน” กล้วยไม้ดินพื้นถิ่นของไทย

กะเรกะร่อนนิล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cymbodium sinense (Jacks.) Willd. อยู่ในวงศ์ Orchidaceae แตกต่างจากกล้วยไม้ทั่วไปตรงที่เป็นกล้วยไม้ดิน ไม่มีลำลูกกล้วย ใบมีลักษณะเป็นรูปแถบ จำนวนประมาณ 3-4 ใบ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่แข็งแรง สะท้อนการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพป่าดิบแล้ง

ช่อดอกของกะเรกะร่อนนิลเป็นแบบช่อกระจะแตกออกด้านข้าง ตั้งตรง สามารถให้ดอกได้มากถึง 20 ดอกต่อช่อ แม้ดอกจะมีขนาดเพียงประมาณ 2.5 เซนติเมตร แต่กลับเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดทางสีสันและลวดลาย กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีน้ำตาลม่วงหรืออมเขียว เส้นกลีบมีสีเข้มกว่า เพิ่มมิติให้กับดอกอย่างโดดเด่น

กลีบปากเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญ มีสีเหลืองหม่น หูกลีบปากสีน้ำตาลม่วง ส่วนปลายกลีบปากโค้งลง สีขาวหม่นแต้มด้วยจุดสีม่วงแดง ราวกับงานศิลป์จากธรรมชาติที่บรรจงแต้มสีอย่างตั้งใจ

การพบกะเรกะร่อนนิลในธรรมชาติ จึงไม่ใช่เพียงการได้ชมกล้วยไม้ดินชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของความสมบูรณ์ของผืนป่า และความหลากหลายทางชีวภาพที่ควรค่าแก่การดูแลรักษา

ปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ เช่น สวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าฯ และหน่วยงานด้านพฤกษศาสตร์ขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญในการรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพืชพื้นถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติไทย

กะเรกะร่อนนิล จึงไม่ใช่เพียงกล้วยไม้ดินที่งดงามเงียบๆ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของผืนป่า ความหลากหลาย และภารกิจการอนุรักษ์ ที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับการเรียนรู้ของผู้คนในทุกยุคสมัย