กรุงเทพฯ, วันที่ 29 ม.ค. – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 2 แม่ทัพหาเสียงกทม., รวมทั้งผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายอนุชา บูรพชัยศรี, นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ และ นางสาวพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ร่วมกันหาเสียงช่วย นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัครสส. กทม.เขตพญาไท-ดินแดง เบอร์ 13 โดยเป็นการมาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ร้านมิตร อารีย์
นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายของพรรคคือการพยายามส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย โดยไม่ได้แจกเงินให้ไปแล้วจบ แต่เป็นการเพิ่มทักษะ หาตลาดให้ เพราะพรรคเชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยคือหัวใจสำคัญ ที่จะเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ และเมดอินไทยแลนด์ เอสเอ็มอีพลัสก็จะช่วยคนไทยจริงๆ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เน้นแจก แต่เน้นช่วยธุรกิจให้เข้าถึงโอกาส จับมือกันให้ตลาดสตาร์ทอัพโตไปด้วยกัน

“ตัวเลขจีดีพีวันนี้ไตรมาส 4 คาดการณ์เดิม 0.3% ก็ขึ้นไปเป็น 1.8% เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.2% ช่วยดันเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่ม หลังจากนี้เราจะติดอาวุธให้คนไทย ในเชิงการเพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาสของคนไทยทุกอาชีพทุกระดับ อย่างคนละครึ่งพลัสถ้ากลับมารอบหน้าจะเน้นเพิ่มทักษะสอนขายออนไลน์ เพื่อจะได้ช่วยลดค่าครองชีพ หลักคิดโครงการคนละครึ่งพลัสของเราคือ เงินไปหมุนกับคนตัวเล็กตัวน้อย” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า เจตจำนงใครก็พูดได้ แต่ภูมิใจไทยพูดแล้วทำให้เห็น สิ่งสำคัญคือการมาฟังที่จะได้ฟีดแบ็กกลับมา ที่ผ่านมาพิสูจน์มาแล้วว่าสตาร์ทอัพไทยเก่ง และพรรคต้องลงมาทำกับเขาจริงๆ พูดแล้วทำพลัส คือการต่อยอดไปเรื่อยๆ ที่ถามว่าใช้เงินจากภาครัฐมาช่วยได้หรือไม่ ต้องบอกว่าระบบราชการตีกรอบเอาไว้ ถ้าเงินหายเพราะการโกงต้องจัดการ แต่เราต้องดึงออกมาบางส่วน การสร้างสตาร์ทอัพมีความเสี่ยง ดังนั้นต้องมีการตั้งกองทุนที่ต้องยอมรับว่าเสี่ยงและอาจจะไม่ได้คืน ซึ่งก็มีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอยู่

ส่วนเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมไทยนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เชื่อในศักยภาพของคนไทยว่าเก่งมาก ทั้งการดีไซน์ออกแบบ ไม่แพ้ใครในโลก จึงต้องตั้งกองทุนส่งเสริมให้เกมไทยเติบโตได้ เพราะใช้งบประมาณตรงๆ ไม่ได้ นอกจากส่งเสริมเรื่องเกม อีกมุมหนึ่งคือวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างสรรค์เชิงท่องเที่ยวไปใส่ในเกม จึงเห็นด้วยในการตั้งกองทุนมาช่วยสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ ต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้เด็กไทยที่ชอบเล่นเกมอยู่แล้ว นอกจากนี้ จากการได้เข้าไปคุยกับนักลงทุนที่จะมาลงทุนในไทยว่าติดปัญหาตรงไหน อย่างหนึ่งคือการมีระบบหลายขั้นตอน ซึ่งก็จะไปปลดล็อกให้ โดยจะเริ่มทำคือศูนย์ดูแลนักลงทุน มีระบบดิจิทัลดูแลอย่างฟาสพาร์ท และการแก้กฎหมายที่เป็นภาระซ้ำซ้อนในระยะยาว
จากนั้นช่วงเที่ยง นายเอกนิติ และแกนนำของพรรคภูมิใจไทยไปเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของช่วงพักกลางวันในตลาดนัดกระทรวงการคลัง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้ทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต่อ เพราะจากครั้งแรกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ตลาดคึกคัก

