ปชน. จัดทัพใหญ่เปิดเวทีปราศรัย “ปักธงส้มให้เต็มปทุม” อ้อนขอให้กาส้ม 2 ใบ เพื่อให้ได้รัฐบาลพรรคประชาชน สร้างอนาคตใหม่ ให้ประเทศ

90

ปุมธานี, วันที่ 28 มกราคม – แกนนำ ผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียง จัดเวทีปราศรัย “ปักธงส้มให้เต็มปทุม” ที่ลานข้างตลาดกินซ่า ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนร่วมรับฟังจำนวนมาก

เซียกล่าวว่า ตนใช้ชีวิตกว่า 30 ปีในฐานะแรงงานโรงงานอุตสาหกรรม ที่เผชิญปัญหาความไม่ปลอดภัย ค่าแรงไม่พอเลี้ยงชีพ การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการรวมตัวของแรงงานที่ถูกกีดกัน จนตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องมาถึงพรรคประชาชน เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านนโยบายและการแก้ไขกฎหมาย ที่ผ่านมาแม้พรรค ปชน.ได้รับคะแนนเสียงอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ทำให้นโยบายสำคัญด้านแรงงาน เช่น ค่าแรงที่เป็นธรรม กฎหมายสิทธิแรงงาน ถูกปัดตกหรือไม่สามารถเดินหน้าได้ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอเรียกร้องเชิญชวนให้พี่น้องร่วมส่งเสียงในการปฏิรูประบบประกันสังคม ซึ่งมีผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน และเงินสะสมจำนวนมหาศาลมี่กำลังเป็นประเด็นสำคัญ ขอให้ช่วยกันคัดค้านการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแบบใหม่ ที่เป็นความพยายามในการลดการส่งเสียงของผู้ประกันตน และขอให้ชาวปทุมธานีเป็น “หัวคะแนนธรรมชาติ” เชิญชวนคนรอบตัวให้เลือกพรรคประชาชน เพื่อให้ได้รัฐบาลของประชาชน เพื่อคนทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

พริษฐ์ กล่าวว่า เรากลับมาครั้งนี้ในฐานะแชมป์เก่า การเลือกตั้งปี 2566 พี่น้องให้ความไว้วางใจเราทั้งหมด 6 จาก 7 เขต คะแนนบัญชีรายชื่อสูงถึง 49% แต่พรรคไม่เคยมองประชาชนเป็นของตาย เรารู้ดีว่าการได้รับความไว้วางใจจากประชาชนนั้นยากแค่ไหน การรักษาความไว้วางใจยากยิ่งกว่า แต่ต้องยอมรับว่าบางอย่างไม่เหมือนเดิม ฝ่ายอื่นจากที่เคยแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งในปทุมธานีและจังหวัดอื่น ก็ดูเหมือนตอนนี้จะมารุมกินส้ม แต่ตนจะบอกว่า “ส้มในปทุมต้องไม่โดนรุม”

ที่ผ่านมามีปัญหาอะไรก็มาลงกับพรรคส้ม บางพรรคเป็นรัฐบาลมาหลายปี พอผลักดันนโยบายบางอย่างไม่สำเร็จมาโทษว่าพรรคส้มไปขวาง ตนก็งงเพราะเราเป็นฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อย มีอะไรไม่เห็นด้วยเราก็ตรวจสอบทักท้วง แต่นับคะแนนกันในสภา ถ้าเขาจะผลักดันอะไร เป็นเสียงข้างมากก็ผลักดันได้อยู่แล้ว จึงต้องถามกลับว่าใครกันแน่ที่ขวาง เพราะพอเราเสนอกฎหมายดีๆ ที่ช่วยเหลือชาวปทุมธานี หลายครั้งเราต่างหากที่โดนขัดขวาง เช่นร่างขนส่งทางบกเพื่อปลดล็อกให้ชาวปทุมมีระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น พวกคุณไม่ใช่หรือที่ขวางกฎหมาย 

โฆษก ปชน. กล่าวว่า หรือตอนนี้ผู้สมัครบางคนรู้ว่ากระแสของพรรคประชาชนมาแรง รู้ว่าประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง หลายคนเดินในพื้นที่ก็บอกชาวบ้านว่าถ้าชอบพรรคประชาชน กาเบอร์ 46 ไปเลย แต่ขอบัตรแบบแบ่งเขตได้ไหม พี่น้องอย่าไปยอม เพราะถ้าทุกคนคิดแบบนี้ รวมกันแล้วมากสุด สส.บัญชีรายชื่อ ก็มีแค่ 100 คน ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ผลักดันนโยบายไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากเห็น ปชน. เป็นรัฐบาล ต้องเลือกพรรคทั้งสองใบเท่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันด้วยอนาคตและชีวิตของประชาชน พวกเขามีหลายฝ่ายดูเหมือนจะมีความขัดแย้งกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลอมรวมพวกเขาทั้งหมด คือพวกเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตที่บริหารประเทศนี้มาหลายปี ถ้าพวกเขารุมเราสำเร็จ ชนะพวกเราได้ จะพาประเทศย้อนกลับไปในอดีตแน่นอน เขาเคยบริหารกันมาแบบไหนก็จะบริหารแบบนั้นต่อไป แต่ถ้าพวกเราไม่ยอมโดนรุมและชนะร่วมกัน เราจะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม และหากเราต้องการชนะแบบยิ่งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ ต้องกาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบเพื่อเปิดทางสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกัน

ด้าน ชัยธวัช กล่าวว่า ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อฝืนความเปลี่ยนแปลงกำลังสะท้อนความกลัว พวกเขากลัวว่าการเมืองจะเปลี่ยนไป ไม่อยากเห็นการเมืองแบบตรงไปตรงมา แต่อยากเห็นการเมืองแบบเทคนิคการหาเสียง อยากให้การเมืองวนกันอยู่เหมือนเดิม ผลัดกันเป็นรัฐมนตรี ผลัดกันเป็นนายกฯ วนไปวนมาแล้วแบ่งเนื้อข้างเคียงให้พี่น้องประชาชน แต่เราพรรคประชาชนอยากสร้างการเมืองแบบใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ทำงานอย่างมีคุณภาพ จัดตั้งผู้บริหารวางคนตามความรู้ความสามารถ ทำงานอย่างมีภารกิจและเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน เราต้องการเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมกับการแบ่งปันความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ 

การเลือกตั้งที่จะมาถึงมีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่การเลือกว่าเราชอบนโยบายอันไหน แต่เป็นการเลือกอนาคตของประเทศ “อนาคตแบบเดิม” ที่นำโดยสีน้ำเงิน อยู่กันแบบเดิมๆ ยอมจำนวนกับคุณภาพชีวิต ใครมาก็แก้ไม่เคยได้ กับ “อนาคตแบบใหม่” แบบสีส้มที่เราจะจับมือประชาชนขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่พวกเราเจริญรุ่งเรือง เสมอภาคเท่าเทียม มีศักดิ์ศรี มีคุณภาพชีวิตดีไปด้วยกัน 

อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่ภารกิจเฉพาะแกนนำและผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนเท่านั้น ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการจับมือกันของพี่น้องคนไทยทุกคน ที่วันนี้เราถอดหัวใจมาพูดกัน ว่า บ้านเมืองที่เรารักมันอยู่กันแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่เห็นหนทางว่าชีวิตเราจะดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราเห็นตรงกันว่าจะไม่ยอมจำนนที่จะมีชีวิตอยู่แบบนี้ ไม่อยากให้ประเทศไทยตกต่ำล้าหลังอย่างนี้อีกแล้ว 8 กุมภาพันธ์เดินหน้าเข้าคูหา กาส้มสองใบตั้งรัฐบาลประชาชน สร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

ด้านธนาธรกล่าวขอบคุณแรงสนับสนุนจากประชาชนตลอด 8 ปีที่ผ่านมา หลังการเลือกตั้งปี 2566  สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน เสนอแนวคิดเปลี่ยนสนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ให้เป็นสวนสาธารณะ เนื่องจากจังหวัดปทุมธานีขาดพื้นที่สีเขียว และสวนสาธารณะขนาดใหญ่สำหรับการออกกำลังกายและกิจกรรมร่วมกัน หากดำเนินการได้สำเร็จ จะกลายเป็นสวนสาธารณะขนาด 625 ไร่ ซึ่งจะเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด และคาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 300,000 คน จากเดิมที่เป็นพื้นที่สำหรับผู้เล่นกอล์ฟเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังเป็นภารกิจที่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร สส.จากพรรคประชาชน เพื่อเดินหน้าทำงานต่อ

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ได้ร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบ และเปิดโปงปัญหาสำคัญในสังคม เช่น ขบวนการไอโอ ระบบเส้นสาย และตั๋วช้างในวงการตำรวจ เครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศไทย การผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ การเปิดโปงการใช้งบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่ายของประกันสังคมซึ่งมาจากเงินของผู้ประกันตน หลายภารกิจยังไม่สำเร็จ จึงขอให้ประชาชนเลือกพรรคประชาชนเพื่อไปสานต่อภารกิจดังกล่าว

อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องร่วมกันต่อสู้ในช่วงเวลา 11 วันที่เหลือ พรรคประชาชนไม่มีบ้านใหญ่เหมือนนักการเมืองพรรคอื่นๆ อย่างในปทุมธานีหลายคนที่สลับขั้ว ย้ายพรรค โดยไม่ยึดโยงกับประชาชน หากอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่านี้ ขอให้ร่วมเดินทางไปกับพรรคประชาชน อย่าเพิ่งหมดหวัง อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เปลี่ยนความหดหู่เป็นความกล้าหาญ เปลี่ยนความโกรธจากการเลือกตั้งปี 2566 ให้เป็นพลังในการขับเคลื่อน เพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม

ศิริกัญญา กล่าวว่า ปทุมธานีอยู่ติดกับกรุงเทพฯ แต่ทำไมสาธารณูปโภคของท่านถึงยังขัดสน มีประชากรเป็นล้านคน แต่ทำไมยังไม่มีขนส่งมวลชน คุณภาพน้ำประปาก็ยังไม่ได้มาตรฐาน แม้แต่เรื่องไฟส่องสว่าง พี่น้องยังต้องพึ่งพาบ้านใหญ่ให้เขาช่วย ทั้งที่มันควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เราจะทนกันไปแบบนี้เพื่ออะไร ที่ผ่านมา สส. ของเราพยายามทำทุกอย่างที่เราทำได้เพื่อให้พี่น้องเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่สส. ไม่มีงบประมาณและอำนาจ ดังนั้นปี 2569 เป็นนัดล้างตา สร้างปรากฎการณ์กันอีกครั้ง ออกแรงกันเพิ่มเพื่อส่งพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาลประชาชน

บางคนบอกว่าชนะมาแล้วจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ชนะไปก็เท่านั้น เขาล็อกเขาดีลกันไว้หมดแล้วว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ พี่น้องจะเอาหรือไม่นายกฯ หวยล็อกแบบนี้ เราต้องการนายกฯ ของประชาชนที่ชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ดังนั้นคำถามไม่ใช่ว่าพวกเขาจะยอมให้เราเป็นรัฐบาลหรือไม่ แต่คำถามคือถ้าเขาไม่ให้แล้วเราจะยอมหรือ รอบนี้เราจะไม่ยอมอีกต่อไปที่จะให้ใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาล ดังนั้นรอบนี้ขอ 20 ล้านเสียง ต้องเป็นทางนี้เท่านั้นจึงจะการันตีว่าไม่มีใครหน้าไหนมาขัดขวางให้เราตั้งรัฐบาลประชาชนได้อัก 

แคนดิเดตนายกพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเลือกวันนี้ คือเลือกระหว่างอนาคตสีส้มกับอนาคตสีน้ำเงิน ถ้าเลือกสีส้มเราจะไปสู่อนาคตของประเทศที่มีประชาธิปไตยมั่นคง ชาติคือประชาชน ไม่ใช่มีผู้มีอำนาจเหนือประชาชน เศรษฐกิจเติบโตอย่างเป็นธรรม ไม่มีรวยกระจุกจนกระจาย สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานพี่น้องไม่ต้องไปร้องขอเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องมีเสมอหน้ากัน ผู้สูงอายุคนพิการต้องอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี 

ดังนั้นมาร่วมกันทำให้ความเป็นไปไม่ได้ที่เขาชอบบอกเพื่อทำลายความหวังเรา กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ 8 กุมภาพันธ์นี้ กาส้มทั้งสองใบ เขียนอนาคตด้วยมือของเราเอง สร้างอนาคตสีส้มไปกับพวกเรา

สำหรับผู้สมัคร สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ทั้ง 8 เขต ประกอบด้วย เขต 1 เจษฎา ดนตรีเสนาะ เบอร์ 4, เขต 2 วรชิต จันทร์แบบ เบอร์ 2, เขต 3 เอกศักดิ์ หอมชื่น เบอร์ 7, เขต 4 สกล สุนทรวาณิชย์กิจ เบอร์ 1, เขต 5 เชตวัน เตือประโคน เบอร์ 3, เขต 6 ธนภัทร ตระกูลภูชัย เบอร์ 8, เขต 7 ธันยนันท์ ไพบูลย์สุข เบอร์ 7 และเขต 8 ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เบอร์ 6