ผบช.ก. จ่อเร่งสอบปากคำแพทย์ คลี่ปมข้อเท็จจริง “รองโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง ส่วนคดีสินบนทองคำ ยันชัด ตำรวจมีอำนาจหน้าที่

132

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีต รอง ผบ.ตร. ทำร้ายร่างกายลูกน้อง ว่า 2-3 วันที่ผ่านมา มีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม 4-5 ราย เป็นทั้งอดีตข้าราชการตำรวจ ตำรวจชั้นประทวน และชั้นสัญญาบัตร ที่เคยทำงานร่วมกับผู้ที่ถูกทำร้าย และ ผู้ทำร้าย โดยพยานที่มาบางคนบอกว่าเคยเห็นการทำร้าย บางคนบอกว่าเคยรับทราบมาแต่ไม่เห็น บางคนไม่ทราบเรื่องเลย

เมื่อถามว่าพยาน 4-5 คนที่มาสอบปากคำนั้นใช่ 17 คน ที่เคยไปร้องเรียนที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่า ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องขอไปตรวจสอบ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ตนได้สั่งการให้เร่งดำเนินการสอบปากคำแพทย์ที่รักษา เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานก่อนจะพิจารณาออกหมายเรียก และเมื่อถามว่าหลังจากที่มีการร้องเรียน ตัวผู้ร้องถูกข่มขู่หรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังกล่าวถึงประเด็นที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ส่งสำนวนคดีติดสินบนทอง 246 บาท กลับมาให้ตำรวจดำเนินการนั้น ตอนนี้เอกสารสำนวนกลับมาที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการในการหารือแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ยืนยันเรามีอำนาจในการดำเนินการ รวมถึงหากระหว่างนี้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจก็จะเพิ่มลงไปในสำนวนเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่ทนายของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปร้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางว่าตำรวจไม่มีอำนวจในการดำเนินการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า ก็เป็นเรื่องของทนาย แต่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมาย คาดว่า หลังการประชุมจะมีความชัดเจนมากขึ้นในคดีนี้ พร้อมยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินการเหมือนกับคดีอื่นๆ และคดีนี้ผู้ร้องได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว