ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 27 มกราคม – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องของมหาสมุทร ครั้งที่ 5 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่เคยเห็นชอบ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านมหาสมุทร ค.ศ. 2025 และกำหนดให้หากมีการปรับถ้อยคำที่ไม่ใช่สาระสำคัญ ให้รายงาน ครม. ทราบภายหลัง
รองโฆษกฯ ระบุว่า การประชุมดังกล่าวคือ 5th APEC Ocean-related Ministerial Meeting (AOMM 5) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน-1 พฤษภาคม 2568 ณ เมือง ปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้หัวข้อ “Navigating Our Blue Future-Connection, Innovation, and Prosperity” มีสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้าร่วม 19 เขตเศรษฐกิจ จากทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นสำคัญ อาทิ 1. เสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัวของมหาสมุทร และการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางทะเล เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน 2. ต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย พร้อมส่งเสริม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน และ 3. พัฒนาศักยภาพทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุความเจริญรุ่งเรืองของเศรษฐกิจภาคทะเล
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมฝ่ายไทยได้เตรียมการตามกรอบ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมฯ ซึ่ง ครม. เคยเห็นชอบไว้ โดยมีสาระสำคัญ เช่น การยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านทะเลและมหาสมุทร การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงของทะเล การจัดการขยะทะเลและมลพิษทางทะเล และการสนับสนุนการประมง/เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ดี ในที่ประชุม AOMM 5 มีบางเขตเศรษฐกิจแสดงความไม่เห็นพ้องต่อข้อความที่เกี่ยวข้องกับ ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ไม่สามารถประกาศเป็น “แถลงการณ์ร่วม” ในรูปแบบ Joint Statement ได้ เนื่องจากยึดหลัก ฉันทามติ ประธานที่ประชุมจึงเสนอให้เผยแพร่ในรูปแบบ “แถลงการณ์ประธานการประชุม (Chair’s Statement)” โดยยังคงสาระสำคัญเดิม ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบและร่วมรับรอง และการปรับรูปแบบดังกล่าว ไม่ขัดกับหลักการและผลประโยชน์ของประเทศไทย ตามที่ ครม. ได้ให้ความเห็นชอบไว้
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเข้าข่ายเสนอ ครม. เพื่อทราบได้ตามกฎหมายและมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง จึงได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป

