เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว!! สนง.สถิติ เผย มีคนอยู่ในไทย 70 ล้านคน ขนาดครัวเรือนเฉลี่ยลดเหลือ 2.5 คน อัตราเพิ่มประชากรวูบ เหลือ 0.42%

87

กรุงเทพฯ, วันที่ 26 ม.ค. – นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัด ดีอี ร่วมแถลงข่าว “ผลเบื้องต้นสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568” โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยโครงสร้างประชากรไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นด้วยอัตราการเพิ่มของประชากรที่ลดลง และขนาดครัวเรือนที่เล็กลง พร้อมประกาศความสำเร็จในการเก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบดิจิทัล (Digital Census)

ด้าน ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ซึ่งนับเป็นการทำสำมะโนประชากร ครั้งที่ 12 และสำมะโนเคหะ ครั้งที่ 6 ของประเทศไทย โดยมีจุดเน้นสำคัญคือการยกระดับกระบวนการจัดเก็บข้อมูลสู่รูปแบบ Digital Census ซึ่งกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็น “วันสำมะโน” การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด Digital First Approach ที่ส่งเสริมให้ประชาชนให้ข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลเป็นลำดับแรกผ่าน Web Application สำนักงานสถิติแห่งชาติ และเว็บไซต์ทางรัฐ รวมถึง Application ทางรัฐ

โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ครอบคลุมประชากรทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามที่อยู่จริง โดยไม่สนใจว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือไม่ การจัดทำสำมะโนประชากรและเคหะทำให้ประเทศมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประชากรตามที่อยู่อาศัยจริง ได้แก่ จำนวน และการกระจายตัวของประชากร โครงสร้างอายุและเพศ รวมถึงลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญของประชากร และลักษณะของที่อยู่อาศัยทั้งในระดับประเทศและพื้นที่ย่อย สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้ประกอบการวางแผน การกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร การจัดการสาธารณูปโภค และบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป

โดยผลเบื้องต้นสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ณ วันสำมะโน พบว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ โดยมีประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศ 70.3 ล้านคน และมีจำนวนครัวเรือน 26.30 ล้านครัวเรือน ขณะที่อัตราเพิ่มของประชากรลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 0.42 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำสำมะโนประชากร

ผอ.สสช. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่จริงเพิ่มขึ้น ด้วยอัตราการเพิ่มของประชากรที่ลดลง หรือจะกล่าวได้ว่าจำนวนคนยังคงมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในแต่ละปีมีคนเกิดใหม่น้อยลงกว่าปีก่อน ๆ อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete-aged Society)” ในขณะที่จำนวนเด็กและวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของประเทศในการออกแบบระบบแรงงาน ระบบสวัสดิการ และระบบบริการสุขภาพให้สอดรับกับสังคมอายุยืน

นอกจากนี้ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะยังสะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างครัวเรือนไทยเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ขนาดครัวเรือนเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 2.5 คนต่อครัวเรือน จากประมาณ 6 คนต่อครัวเรือนในช่วงเวลา 45 ปีที่ผ่านมา ครัวเรือนเดี่ยวและการอยู่อาศัยในอาคารชุดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความจำเป็นในการวางผังเมืองและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชากรจริง โดยเฉพาะแนวคิด Universal Design เพื่อรองรับผู้สูงอายุและทุกช่วงวัย

ข้อมูลเชิงสถิติ แต่เป็น “Evidence for Action” หรือหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการกำหนดนโยบายในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ แรงงาน การพัฒนาเมือง ที่อยู่อาศัย และระบบสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วน เช่น การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถทำงานได้ยาวนานขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ไม่ได้เป็นเพียงการพิจารณาขยายอายุเกษียณให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากร การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยรองรับสังคมสูงวัย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังแรงงานและความมั่นคงทางประชากรในระยะยาว

สำนักงานสถิติแห่งชาติย้ำว่า ผลสำมะโนประชากรและเคหะจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่มั่นคง สมดุล และยั่งยืน